มความลำบากให้ท่านแล้ว ทำให้ท่านที่อายุปูนนี้ต้องมาวิ่งเต้น”
“ช่างเถิด!” รุ่ยชินอ๋องส่ายหน้า ยกมือตบไหล่เขา ราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ หมุนตัวกลับออกไป
ฉู่อี้อันยืนบนเฉลียงเพียงคนเดียว ใบหน้านั้นเผยท่าทีราวกับอยากจะออกไปจากที่นี่ แต่ก็ไม่ได้หันกลับไปยังห้องทรงอักษรอย่างทันที ยืนอย่างเงียบๆ สักครู่ก็พบกับลู่หยวนที่เดินเร็วๆ จากทางกระท่อมยาอูมาอยู่ตรงหน้า
ฉู่อี้อันรวบรวมสติกลับคืนมา เหลือบตามองไป
“องค์ชาย!” ลู่หยวนประสานมือคำนับ กวาดสายตาเฉียบแหลมนั้นไปทั่ว เมื่อพบว่ารอบด้านไม่มีผู้ใด ก็รีบกล่าวรายงานอย่างทันที “จดหมายตอบกลับให้แม่ทัพฮั่ว ข้าให้คนส่งม้าเร็วออกไปแล้วขอรับ ให้เขาได้มีเวลาเตรียมใจสักหน่อย”
“อืม!” ฉู่อี้อันพยักหน้า ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ เพียงแต่โบกมือเป็นนัยให้เขาออกไป ก่อนจะหมุนกายกลับไปยังห้องทรงอักษร
เวลานี้ในห้องทรงอักษร หลัวฮองเฮายังคงคร่ำครวญอยู่ ท่าทีที่โมโหนั้น พิรี้พิไรไม่จบไม่สิ้น นำความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดโจมตีไปที่ฮั่วกัง
ฮ่องเต้นั้นฟังอย่างไร้อารมณ์ ผู้คนด้านล่างยิ่งไม่สนใจต่างก็พากันครุ่นคิดในใจอย่างเงียบๆ
ฉู่อี้อันเดินเข้ามาจากด้านนอก คำนับให้ทั้งสองคน “เสด็จพ่อ เสด็จแม่!”
“อืม!” ฮ่องเต้รวบรวมสติก่อนจะเงยหน้ามอง “มอบงานเรียบร้อยหมดแล้วหรือ?”
“ท่านอารีบกลับจวนไปเก็บข้าวของ เดี๋ยวลูกจะจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยส่งไปให้ท่า