ฮ่องเต้หน้าเปลี่ยนสีทันทีราวกับมีฟ้าผ่าลงกลางใบหน้า
ฉู่อี้อันเผยใบหน้าเย็นยะเยือกและหนักแน่น กล่าวทุกคำอย่างชัดเจน “คืนวันปีใหม่ ฮั่วกังนำกำลังพลล้อมโจมตีค่ายใหญ่หนานฮวา เผาเสบียงของอีกฝ่าย ตัดหัวปัจจามิตรนับหมื่น ทว่าตอนที่เตรียมจะถอนกำลังได้เกิดขัดแย้งกันกับผู้บัญชาการหลัว ภายใต้การถกเถียงนี้ ฮั่วกังออกคำสั่งถอนกำลังเพื่อกลับไปวางแผนที่ค่ายหลักอีกครั้ง ส่วนผู้บัญชาการหลัวนั้นได้ทีขี่แพะไล่ แอบนำกำลังทหารที่ฝ่าบาทมอบให้กว่าสามพันนายออกจากค่ายไปกลางดึก ตั้งใจจะฉวยโอกาสที่วุ่นวายโจมตีสังหารแม่ทัพใหญ่ของศัตรู ไม่คาดคิดว่าจะเผชิญกับชาวหนานฮวาที่ซุ่มอยู่ไล่โจมตี จึงพ่ายแพ้อย่างยับเยินพ่ะย่ะค่ะ!”
คืนขึ้นปีใหม่ เสบียงถูกเผาทิ้ง ทั้งยังสูญเสียอีกนับหมื่น ก็พอจะเดาได้ว่าจิตใจของชาวหนานฮวานั้นเป็นแบบไหน จำต้องตามอาฆาตแค้นไล่ฆ่าอย่างไม่สนใจสิ่งใด
ถึงแม้ทหารธรรมดาพวกนั้นความเหี้ยมหาญอาจจะไม่สามารถเทียบเคียงกับทหารค่ายได้ กระนั้นใครจะสามารถต้านทานความโกรธเกรี้ยวและเคียดแค้นอย่างบ้าคลั่งของชาวหนานฮวาได้? ทั้งอีกฝ่ายก็มีกำลังคนเยอะ ทหารสามพันนายนั้นลงทุนแรงเสียเปล่าแต่กลับไม่ได้อะไรคืนมาก็นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว
สีหน้าของฮ่องเต้เย็นเยียบ ราวกับน้ำแข็งค้างขึ้นมาทันที ในความมืดมนนั้นบิดเบี้ยวจนเกือบจะเป็นความบ้าคลั่ง
“เป็นลูกเองที่ดูแลได้ไม่ดีพ่ะย่ะค่ะ!” ฉู่อี้อันคุกเข่ารับผิดด้วยใบหน้าที่ราบเรียบ “ห