ลังจากนั้นฮั่วกังก็รีบตามกำลังเสริมไปช่วยเหลือผู้บัญชาการหลัวที่ถูกคุมขัง ทว่า กลับถูกฝ่ายศัตรูฉวยโอกาสตอนที่เขาออกจากค่ายไป โอบล้อมจากด้านหลังโจมตีค่ายทหารที่เมืองฉู่ของกระหม่อม ในเวลานี้…ฮั่วกังถอนทัพใหญ่เข้าไปในเมืองฉู่ แต่ว่าชาวหนานฮวาก็กลับปิดผนึกประตูด้านนอกเมือง พร้อมจ้องตะครุบดุจพญาเสือ มีโอกาสที่จะโจมตีได้ตลอดเวลาพ่ะย่ะค่ะ!”
สงครามของทั้งสองแคว้นระหว่างซีเยว่และหนานฮวานั้นยืดเยื้อมาหลายปี การรบนั้นมักจะเกิดขึ้นที่พื้นที่เนินเขาตะเข็บชายแดนของสองแคว้น
วันนี้กองทัพซีเยว่ถูกต้อนเข้าไปในเมือง ทั้งยังทำให้ฝ่ายศัตรูประชิดเมือง หากจุดไฟสงครามขึ้น จำต้องกระทบถึงชาวบ้านในเมืองเป็นแน่
“พวกสารเลว!” ฮ่องเต้ด่าออกมาด้วยความโมโห ใช้แขนกวาดฎีกาที่กองพะเนินราวกับภูเขาบนโต๊ะลงไปกับพื้น
ผู้คนในตำหนักรวมถึงรุ่ยชินอ๋องล้วนแต่รีบเร่งก้มหน้าก้มตาคุกเข่า ไม่กล้าแม้แต่จะสูดลมหายใจ
“พ่ะย่ะค่ะ เป็นลูกที่ควบคุมคนไม่ได้ ลูกยินดีรับโทษ ขอเสด็จพ่อได้โปรดลงโทษด้วย!” ฉู่อี้อันกล่าว
อำนาจทางทหารถึงแม้การควบคุมจะอยู่ในมือของฮ่องเต้ แต่เมื่อขณะนี้ฮ่องเต้อายุมากแล้ว ในการจัดการกับงานราชการจึงนับว่าเหนือบ่ากว่าแรงอยู่บ้าง ดังนั้นงานทั่วไปล้วนแต่ต้องผ่านมือฉู่อี้อันก่อน โดยให้เขาคัดเลือกเรื่องสำคัญเร่งด่วนแล้วจึงค่อยเสนอให้ฮ่องเต้อนุมัติ
เรื่องสงครามของด้านเมืองฉู่ เดิมทีฮ่องเต้ก็จัดการดูแลเองไม่ได้ตกถึงมือฉู่