์ ใครจะสามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น? หมอหลวงที่มีประสบการณ์ในสำนักหมอหลวงก็ใช่ว่าจะไม่มี อี้หมิน เจ้าอย่าได้เพ็งเล็งคนหนุ่มสาวมากนักเลย”
เหยียนหลิงจวินเป็นแขกที่มีเกียรติของจวนอ๋องรุ่ยชิน เขาออกหน้าให้จึงนับว่าสมเหตุสมผล
แต่ไม่ใช่กับฉู่อี้หมินที่ยังอาฆาตเหยียนหลิงจวินกับวังบูรพาที่ร่วมมือกัน กล่าวโต้ตอบไป “ในเมื่อรู้ว่าประสบการณ์ตนเองไม่พอ ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะรู้หนักรู้เบาในการรับหน้าที่นี้ พระวรกายของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ จะพึ่งพาความชักช้าของพวกเขาได้หรือ?”
ฉู่ฉีเหยียนเวลานี้สติกลับคืนมาอย่างสมบูรณ์ รีบเร่งลุกขึ้นมาไกล่เกลี่ย กล่าวรับผิดต่อรุ่ยชินอ๋อง “ท่านพ่อนั้นมุทะลุเช่นนี้ ก็เพราะเป็นห่วงเสด็จปู่กับเสด็จย่าจึงพลั้งปากออกไป ขอท่านลุงอย่าได้ใส่ใจ!”
ขณะพูดก็แอบดึงชายเสื้อฉู่อี้หมินอย่างเงียบๆ ส่งสายตาเป็นนัยให้แก่เขา กล่าวอย่างยิ้มๆ ว่า “ใต้เท้าเหยียนหลิงมีทักษะการแพทย์ที่ยอดเยี่ยม ได้ดูแลสำนักหมอหลวงจึงเป็นเรื่องที่คู่ควรแล้ว ท่านพ่อ ไม่กี่วันมานี้ไม่ใช่ว่าท่านยังชมเขาว่าประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยมิใช่หรือ?”
คำพูดพวกนี้ เขาพูดตั้งแต่เมื่อไร?
ฉู่อี้หมินคิดวุ่นวายใจ ในตอนที่อยู่ในภวังค์ ฉู่ฉีเฟิงก็ก้าวออกมา เผยใบหน้าละอายกล่าวรับผิดกับฮ่องเต้ที่หลังโต๊ะทรงอักษร “ขอเสด็จปู่โปรดลงโทษ แต่อย่าได้ตำหนิใต้เท้าเหยียนหลิงเลย แท้จริงแล้วหลานเป็นคนมอบหมายงานให้ใต้เท้าเห