ยนจะทำให้เขาพึงพอใจมากกว่า
ใบหน้าของฉู่ฉีเหยียนปรากฏรอยยิ้ม มองไปที่ทั่วป๋าอวิ๋นจีแล้วจึงกล่าวว่า “องค์หญิงหก ผู้นำตระกูลจวนอ๋องฉางซุ่นตายก่อนเวลาอันควร ฝ่าบาทนั้นแต่ไหนแต่ไรก็คอยดูแลลูกหลานของเขาราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน เวลานี้ก็ดำเนินพิธีแต่งงานให้ท่านหญิงจวนอ๋องฉางซุ่น กลับถูกราชวงศ์โม่เป่ยของพวกท่านมอบความอัปยศอดสูให้เช่นนี้ ฝ่าบาทอาจจะเห็นแก่หน้าอ๋องโม่เป่ย จึงไม่สืบสาวราวเรื่องจากพวกท่าน แต่ในขณะเดียวกันฝ่าบาทก็ต้องผิดสัญญาที่ให้ไว้กับสหายเก่า ข้าชาวซีเยว่ยึดมั่นในคุณธรรมเป็นที่สุด องค์ชายห้าล่วงเกินฝ่าบาทเช่นนี้ ฝ่าบาทจึงโกรธเกรี้ยว สืบเสาะตามหาเขาเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว”
ทอดทิ้งสหายเก่า ละศีลธรรมโยนความผิดให้ กลับเป็นการหาคำอธิบายอย่างสมเหตุสมผลมาให้ฮ่องเต้
ฮ่องเต้เพียงเผยใบหน้าเรียบนิ่งคล้ายผิวน้ำที่เงียบสงบเหม่อมอง ไม่ได้ยอมรับอย่างต่อหน้า แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธด้วยเช่นกัน
มุมปากของทั่วป๋าอวิ๋นจีกระตุกสั่น คิ้วขมวดมุ่นเผชิญหน้ากับรอยยิ้มบนใบหน้าของฉู่ฉีเหยียน ท้ายที่สุดก็ยังรู้สึกยากที่จะจัดการ ไม่รู้ว่าตอนนี้ควรจะโต้ตอบไปอย่างไรดี
เหยาก่วงไท่เวลานี้ก็ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง กล่าวเสริมว่า “การกระทำของทั่วป๋าไหวอันนับเป็นเรื่องที่จองหอง หากเป็นเวลาอื่นก็แล้วไป แต่พิธีแต่งงานใหญ่เช่นนี้กลับไม่พบแม้แต่เงา องค์หญิงหก…ข้าไม่ทราบว่าจะกล่าวได้หรือไม่ว่าเขานั้นไม่พอใจต่อพระราชโองการของฝ่า