ดลงตกมาจากบันได
“คุณหนูหลัวอวี่ก่วน!” นางกำนัลนางนั้นรีบเข้าไปพยุง
หลัวอวี่ก่วนส่ายหน้าอย่างตกใจทันที แล้วหันหน้าวิ่งกลับเข้าไปในตำหนักและล้มลงแทบเท้าของหลัวฮองเฮาทันทีโดยไม่ทันตั้งตัว
ทางฟากห้องทรงอักษร ฉู่ฉีเฟิงและทั่วป๋าอวิ๋นจีก็เพิ่งไปถึง ทั้งสองทำความเคารพฮองเต้เรียงกัน ยังไม่ทันได้ไต่ถามเหตุผลที่ฮ่องเต้เรียกพบด่วนครั้งนี้ ขันทีด้านนอกก็นำซูหว่านที่สวมชุดกระโปรงสวยสง่าเข้ามา
คงเป็นพราะสีของชุดที่สว่างเกินไป กอปรกับผิวพรรณของนางที่ขาวซีดอยู่แล้ว ทำให้เห็นได้ชัดว่านางป่วยได้อย่างชัดเจน
คนภายในตำหนักถ้าไม่ใช่ราชนิกุลก็เป็นขุนนางผู้คุมอำนาจ พอมารวมตัวกันอยู่ในห้องทรงอักษร ซูหว่านจึงเดินเข้ามาด้วยความไม่สบายใจ ก่อนจะก้มหน้าคุกเข่าทำความเคารพฮ่องเต้ “หม่อมฉันถวายบังคมฝ่าบาทเพคะ!”
ในเวลาเดียวกันก็ขมวดคิ้วและเหลือบมองซูหลินด้วยความกังวล
ซูหลินร้อนใจกระวนกระวาย แต่อยู่ต่อหน้าผู้คนจึงพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่นั่งเหมือนโดนตอกหมุด
ฮ่องเต้มองคนพวกนั้นด้วยสายตาเย็นชา และชิงพูดขึ้นก่อน “เอาล่ะ พวกเจ้าก็มาครบกันแล้ว ลองพูดมาสิ พวกเจ้าร่วมมือกันโจมตีพร้อมกันทั้งในวังและนอกวังเช่นนี้ คิดจะเล่นอะไรกับข้ากัน!”
ทั่วป๋าอวิ๋นจีรู้ดีอยู่แก่ใจ จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาไม่พูดไม่จา
แต่ซูหว่านกลับตะลึงนั่งแข็งทื่อไปทั้งตัว ก่อนจะเงยหน้ามองฮ่องเต้และเอ่ยอธิบาย “หม่อมฉันช่างเขลานัก ไม่รู้ว่าฝ่าบาทเหตุใดจึงถามเช่นนี