องตลกอยู่นั้น ซูหลินกลับนั่งไม่ติดอีกแล้ว
เขาเลิกชายเสื้อคลุมและลุกขึ้น แล้วคุกเข่าลงไปทางโต๊ะทรงงานของฮ่องเต้ “ฝ่าบาท น้องสาวของกระหม่อมร่างกายมิค่อยดีตั้งแต่เกิดเรื่องนักฆ่าแล้ว นางมิได้ขัดรับสั่งของฝ่าบาทแน่นอน!”
แต่กลับแอบด่าซูหว่านในใจ จนถึงตอนนี้แล้วยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีก
ฮ่องเต้เดิมทีก็โมโหทั่วป๋าไหวอันอยู่แล้ว ยังจะไว้หน้ากับเขาอีกหรือ? ผ่านไปครู่หนึ่ง สีหน้าก็เปลี่ยนสีไปในทันใด ก่อนเอ่ยเสียงแข็ง “ขอแค่นางไม่ตาย ต่อให้ต้องหามก็ไปหามนางมาให้ข้า!”
ทั่วป๋าไหวอันหนีไปในยามค่ำคืน และคืนนั้นก็เป็นคืนวิวาห์ ไม่มีเหตุผลใดที่ซูหว่านผู้มีฐานะเป็นภรรยาจะไม่รู้เรื่อง
ซูหลินเหงื่อตกไปทั่วตัว ในใจไม่รู้จักหลาบจำ ยังคงเอ่ยต่อ “ฝ่าบาทอย่าทรงพิโรธ หว่านเอ๋อเป็นหญิงอ่อนแอ คืนวานเพิ่งจะโดนแบกเข้ามาในจวนของทั่วป๋าไหวอัน นางไม่รู้อันใดเกี่ยวกับสิ่งที่ทั่วป๋าไหวอันกระทำแม้แต่น้อย ขอฝ่าบาททรงเข้าพระทัย!”
“จะถูกจะผิด ข้าตัดสินใจเองได้ ไม่ต้องให้เจ้ามาสอนข้าเรื่องพวกนี้!” ฮ่องเต้เอ่ยด้วยท่าทีแข็งกร้าว “ไปจัดการตามข้าที่สั่ง!”
ซูหลินเห็นเขากำลังโกรธเป็นฟืนไฟ จึงไม่กล้าพูดต่อ
ขันทีรับคำสั่งแล้วก็เดินออกไป
สักพักหลี่รุ่ยเสียงก็เอ่ยขึ้น “ฝ่าบาท ทางฮองเฮา…”
“เบิกตัวทั่วป๋าอวิ๋นจี!” ฮ่องเต้เอ่ย
“พ่ะย่ะค่ะ!” หลี่รุ่ยเสียงรับคำสั่งและรีบเดินออกไปด้านนอก
คนในตำหนักเหมือนถูกสะกดลมหายใจไม่กล้าพูด แต่ละคนล้ว