นแต่ฉงนกันทั้งนั้น…
หัวหน้าขันทีข้างกายฮ่องเต้ผู้นี้ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าผู้อื่น แต่ที่ประหลาดก็คือ เวลาอยู่ต่อหน้าฮ่องเต้กลับไม่มีข้อขาดตกบกพร่อง อีกทั้งยังคาดเดาความคิดของฮ่องเต้ได้อย่างรอบคอบ และคนอื่นก็ไม่มีใครตามทัน
เมื่อตอนที่หลี่รุ่ยเสียงไปถึงวังโซ่วคัง พวกฉู่ฉีเฟิงกำลังนั่งคุยกับฮองเฮาหลัวอยู่ในห้องอุ่น
จางอวิ๋นเจี่ยนตอนนี้ก็นับว่าไร้ประโยชน์แล้ว เลยไม่มีใครเรียกเขาเข้าวังมาเป็นการลบหลู่ฮองเฮา แต่ฉู่หลิงอวิ้นกลับพาฮูหยินจางเข้าวังมาขอบพระคุณด้วยกัน นางมาเร็วไปก้าวหนึ่ง ยามนั้นยังไม่มีใครรู้เรื่องทั่วป๋าไหวอัน พอเคารพฮ่องเต้เสร็จก็มาหาหลัวฮองเฮาทันที
ต่อมาทั่วป๋าอวิ๋นจีก็มาสมทบอีก
สักพักหนึ่งฉู่ฉีเฟิงและฉู่สวินหยางก็มา
ฉะนั้นวันนี้วังของหลัวฮองเฮาจึงคึกคักเป็นพิเศษ
ฮูหยินจางคิดไปเองว่าอาศัยหน้าตาของลูกสะใภ้อย่างฉู่หลิงอวิ้น นางจึงได้โอกาสเข้าใกล้ฮองเฮา พอฮองเฮาเริ่มหายโกรธก็ยิ่งพูดดีใส่ ประจบประแจงอย่างดี
ฉู่หลิงอวิ้นรู้จักนิสัยของหลัวฮองเฮาดี จึงช่วยพูดทุกครั้งที่มีโอกาส ทั้งสองจึงเข้ากันได้ดี อารมณ์ของหลัวฮองเฮาก็พลอยดีไปด้วยมาก
ทั่วป๋าอวิ๋นจีและพวกฉู่สวินหยางต่างนั่งรออยู่ด้านล่าง ความอดทนไม่มีใครเป็นรองใคร ไม่มีใครมีแววว่าจะขอลาไปก่อนแม้แต่น้อย บรรยากาศตอนนี้ช่างอบอุ่นกลมเกลียวเป็นเนื้อเดียวกัน
นางในเดินเข้ามากระซิบแม่นมเหลียงไม่กี่ประโยค แม่นมเหลียงได้ยินดังนั้นก็ถอยอ