าะพวกข้าคิดไม่รอบคอบ มิกล้าลบหลู่งานมงคลของชนชั้นสูงสองตระกูล”
พูดจบก็ไม่รอให้ชายเฒ่าปฏิเสธและเอ่ยต่อเสียงเรียบ “ทำตามที่ท่านหญิงบอก กลับจวนรออีกวันหนึ่งเถิด!”
“ขอรับ!” พวกคนใช้ตอบรับเสร็จก็รีบยกโลงไม้กลับจวนไปอย่างรวดเร็ว
ชายเฒ่าพยุงชายหนุ่มลุกยืน ก่อนหันไปก็เหลือบมองฉู่สวินหยางด้วยสายตากังวล
คงจะมีเหตุจากที่เสียใจมากเกิน สีหน้าของชายหนุ่มจึงซีดเผือด ดูไม่ปกติเท่าไหร่ ร่างกายก็อ่อนแออย่างเห็นได้ชัด
ไม่รู้ว่าจงใจหรืออย่างไร เขาก้มหน้าลงต่ำอยู่ตลอด คงกลัวจะเป็นการลบหลู่ฉู่สวินหยางกระมัง ยามนี้เขาก็หันมาขอบคุณสู่สวินหยางอยู่ไกลๆ และแบกโลงไม้เดินกลับเข้าไปในตัวเมือง
ฉู่สวินหยางก็ไม่ได้สนใจคนพวกนั้นมากมาย หันกลับมากำชับทหารรักษาการณ์ “วันรุ่งเช้าตรู่หากคนตระกูลหลิวมาก็ปล่อยพวกเขาออกเมืองไปเถิด หากเกิดเรื่องอะไร ข้าจะรับโทษจากท่านพ่อแทนเจ้าเอง!”
“ขอรับ!” ทหารรักษาการณ์รีบตอบรับ เมื่อเห็นท่าทีของนางก็เอ่ยต่อ “ท่านหญิงท่านนี่…จะออกเมืองหรือ?”
———————————————————————