พออกเมือง แต่โลงไม้และรถพวกนี้เป็นของต้องห้ามที่ใต้เท้าออกกฎ”
“เป็นคำสั่งของท่านพ่อของข้าหรือ?” ฉู่สวินหยางเอ่ยพลางก้มมองแส้ม้าในมือ
ทหารรักษาการณ์กำลังจะตอบกลับ แต่ชายเฒ่าผู้นั้นอดใจรอไม่ได้เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน “ท่านหญิง พวกข้าคือตระกูลหลิวแห่งตรอกหกเมืองตะวันตก ท่านปู่บ้านข้าป่วยล้มตาย ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ก็วุ่นอยู่กับวันปีใหม่ จึงเก็บศพไว้ในบ้านตลอด เห็นว่าไม่อาจผลัดต่อไปได้จึงรีบจะไปฝังศพในวันมงคลวันนี้ ขอท่านหญิงพิจารณา ผู้ตายยิ่งใหญ่ จะผลัดต่อมิได้แล้ว!”
ฉู่สวินหยางก็เป็นแค่เด็กหญิงอายุสิบกว่าปี และยังโดนองค์รัชทายาทตามใจจนเคยตัว ทหารรักษาการณ์เห็นท่าทีของนางกับชายเฒ่าอ่อนโยนเช่นนั้น ก็เกรงว่านางจะใจอ่อนปล่อยไป รีบเอ่ย “ท่านหญิง…”
ฉู่สวินหยางกลับไม่รอให้เขาเอ่ยก็ยกมือหยุด ก่อนจะหันไปเอ่ยกับชายสองคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ “ข้าเองก็รู้ว่าผู้ตายยิ่งใหญ่ แต่ช่วงนี้ในพระนครไม่สงบก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน และวันนี้จวนอ๋องสองตระกูลยังจัดงานมงคลพร้อมกันอีก เรื่องเล็กน้อยของพวกเจ้า…หากเกิดเป็นเรื่องใหญ่คงไม่ดีแน่ เอาเป็นว่าเห็นแก่หน้าของข้า พวกเจ้ากลับไปก่อนจะเป็นพระคุณกับข้ามาก รอผ่านงานมงคลของจวนอ๋องสองตระกูลวันนี้ก่อน วันรุ่งค่อยออกเมืองจากตรงนี้ไป ว่าอย่างไร?”
“แต่ว่า…” ชายเฒ่ายังจะเถียงต่อ ชายหนุ่มที่คุกเข่าข้างๆเขาก็แอบดึงเขา และเอ่ยขึ้นก่อน “ขอรับ! ขอบพระคุณท่านหญิงที่ชี้แจง เป็นเพร