ข้างๆ
เหยียนหลิงจวินผู้ไม่เกี่ยวกับเรื่องนี้นั่งจิบชาเงียบๆ อยู่ตลอด จู่ๆ ยามนี้ก็เอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ “นับแต่เรื่องนักฆ่าคืนสิ้นปียังไม่สรุปจบ ฮ่องเต้ก็อ้างเรื่องสืบนักฆ่าเรียกทหารรักษาการณ์ทั้งสามประตูกลับไปหมด และเนื่องด้วยทหารราบประตูหยาทำงานไม่ดีจึงโดนสั่งให้กลับเมือง ปิดประตูหยาสำนึกผิด ประตูเมืองต่างๆ จึงยกสิทธิ์ให้ทหารม้าเมืองเก้าในท่านรัชทายาทรับผิดชอบ ฤกษ์งามยามดีเฉกเช่นวันนี้ต่างก็ต้องครึกครื้นมากเป็นธรรมดา เทียบได้กับสายไหมเติมน้ำตาล คุ้มกับที่ท่านโหรคำนวณฤกษ์ออกมาเสียจริง”
สีหน้าของฉู่ฉีเหยียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย สายตาหลักแหลมเหลือบมองไปทางเขาและเอ่ยอย่างเยือกเย็น “ใต้เท้าเหยียนหลิงสนใจเรื่องเล็กน้อยเสียจริง ท่านนี่ช่างว่างนัก ตั้งแต่ท่านมาซีเยว่อะไรๆ ก็ต้องมีท่านแทรกเข้าไปตลอด!”
“เป็นเกียรตินักที่ได้รับคำชมจากซื่อจื่อ ข้าน้อยน้อมรับ!” เหยียนหลิงจวินทำเหมือนฟังคำประชดที่เขาแฝงมาไม่ออก ยิ้มตอบกลับไป
“ยามนี้ก็ดูเรื่องครึกครื้นเสร็จแล้ว สวินหยางหากท่านไม่มีเรื่องอื่นแล้ว ข้าขอตัวก่อน” ฉู่ฉีเหยียนก็ไม่ถือสาอะไรกับเขา เอ่ยจบก็ยืดตัวขึ้น
ฉู่สวินหยางหันออกจากหน้าต่าง และเดินเฉียดไปด้านหน้า หยุดการกระทำของเขา พลางยิ้ม “พวกท่านดื่มชากันเถิด โอกาสจะมีงานครึกครื้นทีช่างหายากนัก ข้าขอไปดูก่อน”
นางพูดโดยไม่หันกลับ ก่อนวิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
ฉู่ฉีเหยียนจ้องเขม็งด้วยความสงสัย…