นานก็เบือนสายตาหนี
ฉู่ฉีเหยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายก็หันกลับมา กระตุกมุมปากแล้วเอ่ย “เจ้าหมายความอย่างไร?”
“พูดไปเรื่อยเท่านั้น!” ฉู่สวินหยางเอ่ย “แต่มีบางเรื่อง ข้าคิดว่ามีความจำเป็นต้องสารภาพกับท่านซื่อจื่อเสียหน่อย!”
เมื่อเห็นท่าทีว่านางมีแผนการ ฉู่ฉีเหยียนจึงรู้ว่าตนคาดการไม่ผิด เรื่องวันนี้จะยุ่งยากแล้ว
เขาเตรียมใจไว้แล้ว แต่สีหน้ากลับไม่ได้เปลี่ยนไป เพียงแค่เอ่ยถามอย่างสงบ “สารภาพอะไร?”
“ก็ต้องเป็นร่องรอยของทุกคนในวังบูรพานะสิ!” ฉู่สวินหยางเอ่ยอย่างชัดถ้อยชัดคำทุกตัวอักษร ดวงตาจ้องมองไปในสายเขาเป็นประกาย “ท่านพ่อของข้าไปในวัง เมื่อฟ้าสางพี่ใหญ่เป็นตัวแทนไปร่วมงานเลี้ยงยินดีของทั่วป๋าไหวอัน ส่วนพี่รองกับพวกพี่หญิงน้องหญิงก็ไปยังดื่มเหล้ามงคลที่จวนอ๋องหนานเหอของท่าน ส่วนข้า…ก็นับว่าขาดวิชาแยกร่าง วันนี้แต่เช้าตรู่จึงนัดท่านซื่อจื่อออกมาดื่มชาที่นี่”
ดวงตาของฉู่ฉีเหยียนยังคงไม่ขยับ ปิดปากแน่นไม่ตอบคำของนาง
ฉู่สวินหยางยักไหล่ขึ้นอย่างไม่สนใจ และเดินหลบไปอีกด้าน
——————————————————————-
[1] ไร้เรื่องร้อนใจคงไม่ถ่อไปถึงวัด เป็นสำนวน หมายถึง หากไม่มีเรื่องบางสิ่งคงไม่เดินทางมาหา