ียบสงบ ไม่วิตกวู่วาม!
คำพูดนั้นทำให้ซูหลินอึดอัดจนหงุดหงิด คิดอยู่แล้วว่าทั่วป๋าไหวอันจะไม่ยอมรับผิด ก็เห็นทั่วป๋าไหวอันกำลังพูดเบี่ยงประเด็น กราบทูลฮ่องเต้ว่า “ฝ่าบาท เมื่อครู่ก่อนที่ซื่อจื่อซูจะเข้ามา กระหม่อมจะกราบทูลถึงเรื่องนี้พอดี ถึงแม้กระหม่อมจะไม่ได้ตั้งใจทำให้ท่านหญิงซูเสียชื่อเสียง แต่มันก็ถือว่าผิดกฎอยู่ดี ตอนนี้ซื่อจื่อซูก็อยู่ด้วย เรื่องราวทั้งหมดนี้ให้ขอฝ่าบาทช่วยตัดสินให้ด้วยเถิดพะยะค่ะ!”
เดิมทีซูหลินคิดว่าเขาจะปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่ยอมรับผิดชอบ เมื่อได้ยินคำพูดเมื่อครู่จึงยังไม่รู้สึกตัว
ฮ่องเต้หันไปจ้องมองทั่วป๋าไหวอันด้วยแววตาดุร้าย จู่ๆ ก็เข้าใจอย่างถ่องแท้…
คนคนนี้แท้จริงแล้วต้องการสร้างความวุ่นวาย มือสังหารพวกนั้นไม่ได้มุ่งเป้าไปยังน้องของซูหลินเสียหน่อย จะทำร้ายซูหว่านได้ถึงขนาดไหน? เกรงว่าคนคนนี้มีความคิดอื่นแอบแฝง คิดจะใช้โอกาสนี้เพื่อหลบเอาตัวรอดสินะ?
ทั่วป๋าไหวอันจ้องมองอย่างสงบเยือกเย็น ไม่หลบสายตา
ในระหว่างที่ดวงตาสี่ดวงปะทะกันอยู่นั้น ก็ราวกับมีคมมีดพุ่งเข้ามา
ทันใดนั้น สีหน้าของฮ่องเต้ก็แดงขึ้น แล้วไอออกมาเสียงดังอย่างน่ากลัว
“ฝ่าบาท!” หลี่รุ่ยเสียงรีบจะเดินเข้ามาพยุงกลับโดนฮ่องเต้ผลักออกไป สายตาของเขาไปจ้องทั่วป๋าไหวอันที่อยู่เบื้องล่าง สีหน้าแดงก่ำ ท่าทางแอบแฝงไปด้วยรอยยิ้ม รอยยิ้มนั้นไม่ว่าจะมองยังไงก็เต็มไปด้วยความน่ากลัว พูดขึ้นอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ