“ได้…ได้…ได้…”
พูดขึ้นสามคำ แยกไม่ออกว่ายินดีหรือโมโห ทำให้ผู้คนต่างไม่รู้ว่า เขาชื่นชมหรือว่าคับแค้นใจกันแน่!
ทั่วป๋าไหวอันอยากแต่งงานผูกสัมพันธ์กับจวนอ๋องฉางซุ่นงั้นรึ? เรื่องนี้ฮ่องเต้ไม่มีทางตอบรับเป็นแน่!
ฉู่อี้อันเห็นทุกอย่าง เลิกคิ้วขึ้นสั่งฉู่สวินหยางกับคนอื่นว่า “พวกเจ้าออกไปรอด้านนอกตำหนักก่อน!”
“เจ้าค่ะ ท่านพ่อ!” ฉู่สวินหยางกับทั่วป๋าไหวอันลุกขึ้นอย่างไม่ลังเล
“ฝ่า…” ซูหลินร้อนรนใจ เดิมทีมีเรื่องจะทูลต่อ แต่เห็นสถานการณ์ตรงหน้าผิดปกติ เขาหยุดนิ่งอยู่นาน จากนั้นก็ถอยตามคนอื่นออกไป
เมื่อออกมาแล้ว ซูหลินพ่นลมออกทางจมูกอย่างโมโห จากนั้นสะบัดแขนเสื้อเดินไปยังด้านล่างของระเบียงทางซ้าย
ทั่วป๋าไหวอันหันไปมองเขาอย่างเย็นชา จากนั้นหันหลังออกไปทางด้านขวา
ฉู่สวินหยางออกมาเป็นคนสุดท้าย หันมองไปทางซ้ายและขวาดูพวกเขาสองคน จากนั้นเดินจากออกไปด้วยรอยยิ้ม แล้วสะบัดชายเสื้อขึ้นนั่งบนราวระเบียงด้านข้างทั่วป๋าไหวอัน
“องค์ชายห้าเจอเรื่องแบบนี้แล้วยังใจเย็นอยู่ได้ เจ้าแผนการจริงๆ นะเจ้าคะ ข้าอยู่ในวังมาตั้งนาน ก็เพิ่งเห็นท่านปู่โดนคนอื่นบีบคั้นกดดันจนลงจากหลังเสือไม่ได้ก็คราวนี้แหละ!” ฉู่สวินหยางพูดขึ้นเบาๆ น้ำเสียงใสจังหวะช้าฟังสบาย เสียงไม่ดังแหลมจนถึงขั้นทำให้ขันทีผู้คุมประตูตำหนักและองค์รักษ์ได้ยิน
ทั่วป๋าไหวอันยันแขนลุกขึ้นมายืนอยู่ด้านข้าง เมื่อได้ยินนางพูดแบบนั้นก็หันไปมอง
สีหน้าของเขาห