ากกระหม่อมตอบรับเรื่องนี้ไป มันจะกลายเป็นไม่ให้ความเคารพแก่ท่านหญิง ถึงเวลานั้นไม่ว่าจะเมืองนี้หรือแคว้นโม่เป่ยของกระหม่อม คงไม่ได้เป็นพันธมิตรกันอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นความแค้นต่างหากพ่ะย่ะค่ะ!”
สีหน้าของฮ่องเต้มืดมนจนน่าเกลียด กำลังจะพูดเถียง แต่ฉู่สวินหยางที่อยู่ด้านข้างเอ่ยปากขึ้น
“พูดอ้อมค้อมมาตั้งนาน เจ้าก็แค่ต้องการพูดแค่ประโยคเดียว นั่นก็คือไม่อยากผูกสัมพันธ์กับวังบูรพาของข้าต่างหาก!” นางหันไปมองทั่วป๋าไหวอัน ใบหน้าไร้ซึ่งความเขินอาย แต่กลับเต็มไปด้วยความโกรธแค้นเกลียดชัง “เดิมทีข้าตอบรับเรื่องนี้เพราะเห็นแก่หน้าของท่านปู่ แต่ตอนนี้กลับดีเจ้าไม่อยากสู่ขอข้า ข้าเองก็หาได้อยากแต่งกับเจ้าตั้งแต่แรกไม่ แต่พวกเราต้องตกลงกันให้รู้เรื่องก่อน เรื่องนี้หาใช่เป็นสิ่งที่เราทั้งสองฝ่ายต่างต้องการไม่ สิ่่งที่ท่านปู่ทำไปก็ทำเพื่อบ้านเมืองเท่านั้น ไม่ถึงขนาดต้องบีบบังคับคนอื่นเพื่องานแต่งงานหมั้นหมายของลูกหลานตน ข้าเสียหน้าแค่นี้ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แต่จะมาดูหมิ่นหยามเกียรติราชวงศ์ซีเยว่ของเราเช่นนี้ไม่ได้ วันนี้เจ้าจำเป็นต้องให้คำตอบเราอย่างเหมาะสม มิเช่นนั้นแล้วจะโดนจับตัวในโทษฐานหมิ่นประมาทความหวังดีจากฮ่องเต้ ทั้งยังทำลายความสัมพันธ์ระหว่างราชวงศ์ซีเยว่และแคว้นโม่เป่ยอีกด้วย ถึงคราวนั้นเจ้าก็จะกลายเป็นผู้ร้ายคดีติดตัวไปชั่วนิรันดร์!”
คำพูดพวกนี้น่าเกรงขาม ทำให้ฮ่องเต้อึ้งไปจนพูดอะไ