ม่เห็นมีเรื่องผิดปกติอะไร
“ไม่ต้องให้เจ้ามาบอกข้าหรอก!” ฉู่หลิงอวิ้นหันขวับไปมองด้วยสายตาโหดเหี้ยม ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
นางรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับงานมงคลสมรสครั้งนี้ไปไม่ได้ ไม่งั้นนางคงโดนหลัวฮองเฮาลอยแพเป็นแน่ ถึงคราวนั้นทุกอย่างก็จบสิ้นแล้ว
“ข้ารู้สึกว่าคำพูดของนางคนนั้นมีอะไรแอบแฝงอยู่!” คิดอยู่ชั่วครู่ ฉู่หลิงอวิ้นก็ยังรู้สึกแปลกใจอยู่ดี จากนั้นพูดขึ้นว่า “จื่อซวี่เจ้าไปหาวิธีสอดแนมมาหน่อย ครั้งนี้อย่าโดนนางคนนั้นจับได้เข้าล่ะ!”
“เจ้าค่ะ!” จื่อซวี่ขานตอบ วิ่งออกไปอย่างรวดเร็วด้วยจิตใจที่กำลังกรีดร้องโอดครวญ
เมื่อฉู่สวินหยางมาถึงตำหนักด้านข้าง รอไม่นานชิงเถิงก็เดินเข้ามาพร้อมกับเสื้อผ้าสะอาดชุดใหม่ที่เอามาให้นางเปลี่ยน จัดแจงเปลี่ยนเสร็จก็เดินออกมา ก็ถึงเวลาพบปะนางสนมของฮ่องเต้พอดี ในขณะที่ฉู่สวินหยางกำลังจะออกไปจากตำหนักด้านข้าง ก็เห็นหลี่รุ่ยเสียงเดินมา
“ทำความเคารพท่านหญิงสวินหยางขอรับ!” หลี่รุ่ยเสียงย่อตัวทำความเคารพ
“หัวหน้าขันที ท่านสบายดีนะเจ้าคะ!” ฉู่สวินหยางยิ้มตอบ “ท่านมาเข้าเฝ้าเสด็จย่ารึ?”
“มิใช่หรอก!” หลี่รุ่ยเสียงตอบ แล้วชี้นิ้วไปยังรถม้าที่จอดรออยู่ด้านนอกวังโซ่วคัง “ข้าน้อยได้รับคำสั่งจากฮ่องเต้ ให้เชิญท่านหญิงไปเข้าเฝ้าที่ห้องทรงอักษรขอรับ!”
สถานที่สำคัญอย่างห้องทรงอักษร ปกติแล้วไม่อนุญาตให้ผู้หญิงเข้านี่
แต่ฮ่องเต้กลับส่งหลี่รุ่ยเสียงมารั