องหนีอันขุยหาได้ยืนนิ่งแข็งทื่ออีกต่อไป ใบหน้าของเขารีบเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มแล้วรีบเดินนำทางไปทันที
“เร็วเข้า หยิบผ้าคลุมขนจิ้งจอกของท่านหญิงมา!” ฮูหยินใหญ่เห็นว่าโน้มน้าวไปก็ไม่ได้ผล และก็ไม่คิดที่จะทำให้หลัวฮองเฮาโมโห นางจึงโบกมือสั่งเสียงดัง
สาวใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังรีบวิ่งเข้าไปด้านใน อุ้มผ้าคลุมขนสัตว์ของฉู่สวินหยางออกมาด้วยความรวดเร็ว
ฮูหยินใหญ่รับผ้าคลุมมา แล้วคลุมไหล่ให้ฉู่สวินหยางด้วยตนเอง พลางกล่าวขึ้นเสียงอ่อนโยนว่า “ช่วงนี้อากาศหนาวเย็น ไม่แน่กลางวันหิมะอาจจะตกอีกก็ได้ อย่าปล่อยให้ร่างกายไม่สบายล่ะ”
ในขณะที่พูดอยู่ก็พยายามส่งสายตาให้นางไม่หยุด
“ท่านฮูหยินใหญ่ไม่ต้องเป็นห่วงไป” ฉู่สวินหยางยิ้มขึ้นเล็กน้อย ตบลงบนหลังมือของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นนัยว่าไม่ต้องกังวล
ถึงแม้ตัวนางเองจะมั่นใจเป็นอย่างมากก็ตาม แต่ถึงยังไงฮูหยินใหญ่ก็ยังวางใจไม่ได้
ฉู่สวินหยางคลุมผ้าแล้วเดินลงจากบันไดไปขึ้นรถม้าที่หลัวฮองเฮาจัดเตรียมไว้ให้
ฮูหยินใหญ่และคนอื่นมายืนส่งอยู่หน้าประตู ใบหน้าเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย
ฉู่เยว่หนิงจับมือฮูหยินใหญ่เอาไว้ พูดปลอบใจขึ้น “ท่านแม่อย่าได้กังวลไปเลย ฮองเฮาคงเพียงต้องการคุยธุระส่วนตัวกับพี่สามแค่นั้นเอง? เดี่ยวพวกเรารีบตามเข้าวังไปก็ได้แล้วนะเจ้าคะ!”
หลัวฮองเฮารับสั่งให้ฉู่สวินหยางเข้าเฝ้าอย่างเปิดเผยแบบนี้ ไม่มีทางทำอะไรฉู่สวินหยางต่อหน้าผู้คนเป็นแน่ แต่การเรียกตัวเข้า