อนหน้านี้ที่ประตูวังเหยียนหลิงจวินได้พูดถึงเรื่องของโม่เป่ยเอาไว้ฮ่องเต้จู่ๆ ก็ไม่สนใจอะไรลงมือกับทั่วป๋าไหวอันเช่นนี้ ต้องมีที่มาที่ไปเป็นแน่ หรือว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องโม่เป่ยที่เหยียนหลิงจวินพูดขึ้น? ราชวงศ์โม่เป่ยเกิดเหตุร้ายขึ้นงั้นรึ? ดังนั้นจึงบีบให้เขารับความเสี่ยง?พอนึกถึงเหยียนหลิงจวิน ฉู่สวินหยางก็รู้สึกหงุดหงิดใจ ไม่ใช่เป็นความโกรธธรรมดา แต่เป็น…หากว่าระหว่างเขาและซูอี้มีความสัมพันธ์มานานแล้ว ถ้าอย่างนั้นเรื่องของชาติก่อนที่ซูอี้พยายามจะแย่งชิงอำนาจทางทหารของชายแดนใต้เอามาไว้ในมือตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่านั้นก็ต้องขบคิดให้ดีแล้ว!นี่ไม่นับเป็นเรื่องธรรมดาอีกต่อไปแล้ว!เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ในใจของนางก็มีแต่ความสับสน ตอนที่โบกมือให้ชิงหลัวกลับไป ชิงเถิงก็ผลักประตูเข้ามาจากด้านนอก “ท่านหญิง ท่านชายมาแล้ว!”ฉู่สวินหยางพยักหน้ารับ ฉู่ฉีเฟิงก็ก้าวเท้ายาวเข้ามาแล้ว ใบหน้าปรากฏอารมณ์เคร่งเครียด ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าคงไม่พ้นเรื่องทั่วป๋าไหวอันเป็นแน่“ท่านพี่เหตุใดจึงรีบร้อนเข้ามาเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ถนนฉางโซ่วใช่หรือไม่?” ฉู่สวินหยางลุกยืนต้อนรับเขา“ใช่!” ฉู่ฉีเฟิงกล่าว ก่อนจะดึงมือนางจัดแจงให้นั่งลงที่เดิม พลางกล่าวว่า “ท่านพ่อเพิ่งจะส่งข่าวจากในวังมา ทั่วป๋าไหวอันปรากฏตัวแล้ว บุกไปถึงตำหนักฝ่าบาท ต้องการให้ฝ่าบาท…แถลงไข”ฉู่สวินหยางได้ฟังดังนั้นจึงอึ้งไป “เช่นนั้นฝ่าบาทว่าอย่างไร?”“จะ