ว่าอย่างไรได้เล่า?” ฉู่ฉีเฟิงแค้นหัวเราะ ท่าทีดูแคลน “ก็ทำเพียงแสร้งปลอบใจเท่านั้น แต่ว่าเรื่องครั้งนี้ไม่สามารถปล่อยไปได้ ถ้าทั่วป๋าไหวอันตายก็แล้วไป ไม่มีผู้ใดรู้ แต่ตัวเขาเองต่างก็รู้อยู่แก่ใจว่าใครกันที่เป็นคนลงมือกับเขา เรื่องเช่นนี้หากเกิดเพียงหนึ่งครั้งก็สามารถพูดได้ว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ในเมื่อครั้งนี้พลาดมือ เว้นเสียแต่ว่าฝ่าบาทต้องการจะฉีกหน้าเขาอย่างเปิดเผยเพื่อจะเปิดฉากต่อสู้กับโม่เป่ย มิฉะนั้น…จากนี้ต่อไปเขาก็ไม่อาจจะลงมือกับทั่วป๋าไหวอันได้แล้ว ไม่เพียงแต่ทำอะไรเขาไม่ได้ ยังต้องปลอบขวัญและมอบรางวัลถึงจะสามารถปิดเรื่องนี้ไว้ได้”“เปิดสงครามกับโม่เป่ย?” ฉู่สวินหยางปฏิเสธความเป็นไปได้นี้ทันที “ข่าวการพ่ายสงครามของแม่ทัพฮั่วในแคว้นฉู่นั้นเพียงสองวันก็คงจะส่งมาถึงเมืองหลวง เรื่องสงครามทางนั้นเคร่งเครียดมาก ทั้งชาวโม่เป่ยยังขึ้นชื่อเรื่องความกล้าหาญ กษัตริย์ของเขาก็อายุมากแล้ว เวลานี้จึงกังวลอย่างยิ่ง หากจะเปิดสงครามกับโม่เป่ย เช่นนั้นก็ต้องรับมือกับศัตรูทั้งสองด้าน อย่างน้อยที่สุด หลังจากเรื่องสงครามของแคว้นฉู่กลับมาเป็นปกติแล้ว เขาก็ไม่ทำเช่นนี้แน่”ดังนั้นตอนนี้ฮ่องเต้ก็คงจะคิดออกอยู่อย่างเดียว นั่นก็คือทำทุกวิถีทางที่จะระงับความโกรธของทั่วป๋าไหวอัน ยอมสงบศึกชั่วคราว เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงกลัวแต่ว่าไม่ว่าทั่วป๋าไหวอันจะร้องขอสิ่งใดเขาก็จะยอมให้ทุกอย่าง มาคิดดูแล้วตาเฒ่าเดินหม