อิ้งจื่อก็ไม่รอช้า รับคำสั่งแล้วจากไป
ซูอี้ที่คุ้นเคยกับห้องนี้ดีจึงรินน้ำชาส่งให้เขา ตัวเขาเองก็นั่งลงบนตั่งนุ่มยกชาขึ้นมาจิบด้วยท่วงท่าสบายแล้วกล่าวว่า “กองบัญชาการทหารเมืองเก้าคงจะมาถึงในอีกไม่ช้า แต่ว่าการลอบสังหารในวันนี้นับว่าเปิดหูเปิดตาข้าจริงๆ แม้กระทั่งทั่วป๋าไหวอันที่ไม่รู้ว่าจะสามารถจัดการปัญหาได้หรือไม่ เช่นนี้ก็ต้องอาศัยตัวเขาเองแล้ว”
เหยียนหลิงจวินเดินผ่านไป ถอดรองเท้าออกก่อนจะครองบนตั่งยาว ก้มลงนั่งอีกด้านหนึ่ง แววตาแวววับทั้งยังแฝงด้วยความเหน็บแหนมอยู่กลายๆ
เขาไม่ตอบรับ ซูอี้ก็ไม่ได้สนใจ เพียงแต่จมดิ่งอยู่ในความคิดตัวเอง ในหัวก็ยังหยุดไม่ได้ที่จะคิดถึงการประมือกับคนชุดดำที่เกิดขึ้นก่อนหน้า กล่าวด้วยหน้านิ่วคิ้วขมวด “คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าตาเฒ่านั่นจะสามารถฝึกฝนกลุ่มคนเหล่านั้นออกมาได้ดีเช่นนี้ หลายปีมานี้ ผู้คนเพียงแต่รู้ว่า เขาปกครองบ้านเมืองอย่างเข้มงวด ไม่เคยคิดเลยว่า อีกด้านหนึ่งที่ใช้คนลอบสังหารและปฏิบัติภารกิจลับก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกันด้วย”
เหยียนหลิงจวินคิดต่างกับเขาอย่างสิ้นเชิง เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงยกยิ้มแผ่วเบา ขยับถ้วยชาในมือกล่าว “เจ้าไม่รู้สึกว่าท่าทางของคนผู้นั้นดูแปลกๆหรือ”
“หื้ม?” ความคิดของเขาถูกขัดขึ้น จึงส่งแววตาที่อยากถามด้วยความสนใจไปให้เขา
เหยียนหลิงจวินหัวเราะ ยกจุดสีดำขึ้นมาจากกระดานหมากรุกที่อยู่ข้างมือ ขว้างไปชนหน้าต่างบานตรงข้ามจนเปิดออก
กลิ