“เรื่องของหรงเฟยในวันนั้น ตอนที่ข้าเข้าวังตรวจอาการของนางจึงถือโอกาสลงมือ เวลานั้นข้ากระตุ้นยาในร่างกายนาง แท้ที่จริงแล้วก็เพียงเพื่อเบี่ยงประเด็นให้เรื่องนี้ดูคลุมเครือ ต่อให้พวกเขาไปหาสาเหตุยังไงก็คงจะสืบสาวเรื่องราวจากนางไม่พบ ถึงแม้จะถูกโยงไปเรื่องผีสิงก็ตามที จนป่านนี้ก็ยังไม่พบเบาะแสอะไร เรื่องนี้จึงทำได้แต่เพียงปล่อยผ่านไปเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นก็ไม่อยากให้หยางเฉิงกังเข้ามายุ่งเกี่ยว ทว่าเรื่องกลับมาตกอยู่ที่ตัวเอง! ก่อนหน้านี้ฉู่ฉีเหยียนก็ตั้งใจมาเค้นถามจากข้า เห็นได้ชัดว่า การกระทำเช่นนี้ผิดวิสัยของเขา ตอนนี้ข้าคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ใครกันที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้ แม้แต่หยางเฉิงกังที่ประจำสำนักหอดูดาวหลวงมาหลายปี คนผู้นี้ก็ยังสามารถควบคุมเขาได้”
หยางเฉิงกังนั้น รับใช้ฝ่าบาทโดยตรง ไม่ข้องเกี่ยวกับผู้ใด ฝ่าบาทจึงไว้ใจเขา หลายปีมานี้ไม่ว่าเขาจะกระทำการใดก็ยังคงเส้นคงวา ไม่ทำเรื่องขัดหูขัดตาฝ่าบาท
ทั่วป๋าหรงเหยาให้มองอย่างไรก็ไม่ใช่ผีสิง ครั้งนี้หยางเฉิงกังกลับปั้นเรื่องต่อหน้าฝ่าบาท ดึงเรื่องนี้มาเกี่ยวพันกับตนเอง เรื่องเช่นนี้…
ดูอย่างไรก็ไร้เหตุผล
“มีความเป็นไปได้สองทาง ถ้าไม่ใช่เป็นสำนักหอดูดาวหลวงที่เตือนรัชทายาทให้เตรียมรับมือ ก็คงเป็น…”ตอนที่พูดก็บุ้ยปากไปทางตำหนักบรรทมของฝ่าบาท