ยงมานาน เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้พบ”
ปากพูดออกไปแต่ในใจกลับไม่เป็นอย่างนั้น ความรู้สึกที่น่าขนลุกนั้นเป็นตัวแสดงได้อย่างดีว่าเขากำลังร้อนรน
“อย่างนั้นหรือ? ท่านเองก็รู้จักข้า?” เขาพูดได้ครึ่งเดียวก็ถูกฉู่สวินหยางเอ่ยขัดด้วยความยินดีขึ้นก่อน ท่าทางราวกับดีอกดีใจเป็นอย่างมาก
ซูอี้ถึงกับงุนงง ชะงักไปพักใหญ่
ใบหน้าที่สง่างามของเหยียนหลิงจวินดูบิดเบี้ยวขึ้นเรื่อยๆ เขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จับชายเสื้อนางเอาไว้แผ่วเบา พูดด้วยเสียงต่ำว่า “เกิดเรื่องขึ้นที่โม่เป่ย เป็นเรื่องเร่งด่วน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ไว้ข้าจะอธิบายให้เจ้าฟังภายหลัง”
มองเห็นคนที่ออกมาจากวังมากขึ้นเรื่อยๆ ซูอี้จึงรีบต่อรับบทสนทนาด้วยความรีบร้อน “ในเมื่อพวกท่านมีเรื่องที่จะหารือกัน เช่นนั้นข้าต้องขอตัว ครั้งหน้า…”
ฉู่สวินหยางยื่นปากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ดูเหมือนว่าข่าวคราวที่เกี่ยวข้องกับโม่เป่ยจะไม่เป็นที่สนใจของนางสักเท่าไร จู่ๆ นางก็ทำตาโต เดินด้วยความรวดเร็วไปดึงบังเหียนม้าของเขาตัวนั้น เอ่ยขึ้นว่า “รูปร่างของม้าตัวนี้ต่างจากม้าที่ถูกเลี้ยงในแคว้นพวกข้าอยู่บ้าง ว่ากันว่าเป็นลักษณะพิเศษที่มาจากดินแดนหิมะทางตะวันตกใช่หรือไม่?”
“ท่านหญิงความรู้กว้างไกล?” ซูอี้ยิ้มขมขื่น คล้อยตามอย่างใจลอย ทำท่าทีราวกับว่าอยากจะคุยเรื่องความเป็นมาของม้าตัวนี้กับนางเสียเต็มประดา ก่อนจะกล่าวว่า “ข้ายังมีธุระต้องทำอีกนิดหน่อย ขออภัยท