น ภายในช่วงนี้หลัวฮองเฮาทรงมีพระบรมราชโองการ ทรงประสงค์ให้ท่านหญิงตระกูลหลัวทั้งสองเข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อน”เหยียนหลิงจวินพูด ไม่รู้ว่าแอบฟังนานเพียงใด ตอนที่เดินออกมานั้นก็ไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด “นางหมายความว่าท่านหญิงทั้งสองคนหนึ่งในนั้นจะถูกเลือกออกมาคนหนึ่งเพื่อมาอยู่ข้างกายและรอดำรงตำแหน่งแทนท่านหญิงอันเล่อที่ว่างอยู่ คงเป็นโอกาสทองที่จะได้เลื่อนตำแหน่งที่ควรค่าจะพนันสักตา”
ฉู่สวินหยางไม่สนใจเหยียนหลิงจวิน เพียงแต่ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัวพลางเอ่ย “ท่านหญิงใหญ่หลัวคนนั้นช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก แท้จริงแล้วสามารถอดทนอดกลั้นได้ถึงเพียงนี้เชียว!”
น้ำเสียงนางเนิบแต่ไม่ชัดเจนว่าจริงๆ แล้วเป็นการประชดหรือชื่นชม
“เมื่อก่อนหลัวฮองเฮาวางแผนเพื่อจะให้ฝ่าบาททรงรับปากส่งลูกชายตระกูลหลัวไปควบคุมดูแลค่ายทหารที่ฉู่โจว” เหยียนหลิงจวินดูเหมือนจะเลิกสนใจเรื่องของท่านหญิงทั้งสอง เบี่ยงเบนไปคุยเรื่องอื่นแทน
ฉู่สวินหยางมองเขาแล้วเม้มปาก สายตาก็จริงจังขึ้นมา
“ตอนนั้นฮูหยินคนก่อนตระกูลหลัวเสียชีวิตไปพระมารดาผู้ให้กำเนิดหลัวฮองเฮาจึงได้แต่งเข้าสืบสกุลเป็นฮูหยินตระกูลหลัว ดังนั้นหลัวฮองเฮาถึงแม้ว่าจะเป็นสายตรง แต่พระองค์และหลัวกั๋วกงที่ตอนนี้เป็นผู้ถืออำนาจของตระกูลหลัว ความคิดเห็นไม่สอดคล้องกัน” ฉู่สวินหยางสูดหายใจลึกทอดสายตาไปไกลเห็นหลัวฮองเฮาที่ถูกคุ้มกันถูกล้อมรอบดั่งดาวล้อมเดือน
“ผู้หญิงคนนี้ได