นอกแม้ไม่พูดจา แต่ใจจริงให้ความสำคัญกับฮูหยินรองตระกูลหลัวเป็นอย่างมาก”————————————————————————
ฉู่สวินหยางส่ายหัวสลัดเอาความคิดที่ไม่จริงนี้ออกไป นางหันกลับมากุมมือฮั่วชิงเอ๋อร์พลางพูดว่า “ไปกันเถอะ เรากลับไปรอที่ตำหนักเถอะ ประเดี๋ยวฮั่วฮูหยินหาไม่พบจะพลอยเป็นกังวล”
“ได้!”ฮั่วชิงเอ๋อร์พยักหน้า
ขณะที่กำลังหันกลับไปก็อดไม่ไหวที่จะมองกลับไปยังทางเล็กๆข้างหลัง
พอตกกลางคืนหมอกหนาที่นั่นก็ไม่มีแม้แต่เงาของผู้นั้นที่กำลังเดินจากไป
ฉู่สวินหยางเดินตามเธอถอยกลับไปสองก้าว ทันใดนั้นนึกขึ้นมาได้จึงหยุดก้าวเท้า
ฮั่วชิงเอ๋อร์หันกลับไป ถามว่า “มีเรื่องอะไรหรือ?”
“ดูเหมือนว่าข้าไม่ได้พบน้องหญิงสี่มาสักพักแล้ว ข้าจะต้องไปเยี่ยมนางสักหน่อย เช่นนั้นอีกสักครู่ออกจากวังคนผู้มากมาย น้องสาวคงหาเราไม่เจอแล้ว” ฉู่สวินหยางพูดพลางยิ้มด้วยความเกรงใจ
“เช่นนั้นข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง!” ฮั่วชิงเอ๋อร์พูด
“ข้าไปคนเดียวดีกว่า เจ้าออกไปไกลเกินไปฮั่วฮูหยินจะเป็นกังวล” ฉู่สวินหยางพูดพลางตบหลังมือนางเบาแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรเส้นทางในวังหลวงข้าชำนาญ ไม่มีปัญหาหรอก”
ฮั่วชิงเอ๋อร์ครุ่นคิดในที่สุดก็พยักหน้า “ก็ได้ เจ้าระวังตัวด้วยล่ะ!”
“ได้!” ฉู่สวินหยางตอบ แล้วมองนางเดินกลับตำหนักไป ผ่านไปสักพักมีเงาปรากฏอยู่ตรงสวนดอกไม้ มีคนหัวเราะอย่างร่าเริงเคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้ด้านข้างไม่ไกลนัก
ตั้งแต่ที่ท่านหญิงอันเล่อเกิดเรื่องขึ้