งที่ควรค่าจะพนันสักตา”ฉู่สวินหยางไม่สนใจเหยียนหลิงจวิน เพียงแต่ถอนหายใจออกมาโดยไม่รู้ตัวพลางเอ่ย “ท่านหญิงใหญ่หลัวคนนั้นช่างเจ้าเล่ห์เพทุบายนัก แท้จริงแล้วสามารถอดทนอดกลั้นได้ถึงเพียงนี้เชียว!”น้ำเสียงนางเนิบแต่ไม่ชัดเจนว่าจริงๆ แล้วเป็นการประชดหรือชื่นชม“เมื่อก่อนหลัวฮองเฮาวางแผนเพื่อจะให้ฝ่าบาททรงรับปากส่งลูกชายตระกูลหลัวไปควบคุมดูแลค่ายทหารที่ฉู่โจว” เหยียนหลิงจวินดูเหมือนจะเลิกสนใจเรื่องของท่านหญิงทั้งสอง เบี่ยงเบนไปคุยเรื่องอื่นแทนฉู่สวินหยางมองเขาแล้วเม้มปาก สายตาก็จริงจังขึ้นมา“ตอนนั้นฮูหยินคนก่อนตระกูลหลัวเสียชีวิตไปพระมารดาผู้ให้กำเนิดหลัวฮองเฮาจึงได้แต่งเข้าสืบสกุลเป็นฮูหยินตระกูลหลัว ดังนั้นหลัวฮองเฮาถึงแม้ว่าจะเป็นสายตรง แต่พระองค์และหลัวกั๋วกงที่ตอนนี้เป็นผู้ถืออำนาจของตระกูลหลัว ความคิดเห็นไม่สอดคล้องกัน” ฉู่สวินหยางสูดหายใจลึกทอดสายตาไปไกลเห็นหลัวฮองเฮาที่ถูกคุ้มกันถูกล้อมรอบดั่งดาวล้อมเดือน“ผู้หญิงคนนี้ได้รับการสถาปนานั่งบัลลังก์เป็นมารดาแห่งแคว้นและได้ควบคุมฝ่ายใน นับวันยิ่งกำเริบเสิบสาน นึกว่าตนเองนำเกียรติยศมาสู่ตระกูลหลัว ทุกคนในตระกูลหลัวล้วนก้มหัวให้นาง ทุกอย่างอยู่ในกำมือของนาง หลัวกั๋วกงเผอิญเป็นผู้ที่มีความคิดเป็นของตนเองไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของฮองเฮา กระทั่งรัชทายาทซื่อจื่อหลัวเว่ยปฏิบัติต่อฮองเฮาอย่างหน้าไหว้หลังหลอก ฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่ง ภาย