างหลังพอตกกลางคืนหมอกหนาที่นั่นก็ไม่มีแม้แต่เงาของผู้นั้นที่กำลังเดินจากไปฉู่สวินหยางเดินตามเธอถอยกลับไปสองก้าว ทันใดนั้นนึกขึ้นมาได้จึงหยุดก้าวเท้าฮั่วชิงเอ๋อร์หันกลับไป ถามว่า “มีเรื่องอะไรหรือ?”“ดูเหมือนว่าข้าไม่ได้พบน้องหญิงสี่มาสักพักแล้ว ข้าจะต้องไปเยี่ยมนางสักหน่อย เช่นนั้นอีกสักครู่ออกจากวังคนผู้มากมาย น้องสาวคงหาเราไม่เจอแล้ว” ฉู่สวินหยางพูดพลางยิ้มด้วยความเกรงใจ“เช่นนั้นข้าไปเป็นเพื่อนเจ้าเอง!” ฮั่วชิงเอ๋อร์พูด“ข้าไปคนเดียวดีกว่า เจ้าออกไปไกลเกินไปฮั่วฮูหยินจะเป็นกังวล” ฉู่สวินหยางพูดพลางตบหลังมือนางเบาแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไรเส้นทางในวังหลวงข้าชำนาญ ไม่มีปัญหาหรอก”ฮั่วชิงเอ๋อร์ครุ่นคิดในที่สุดก็พยักหน้า “ก็ได้ เจ้าระวังตัวด้วยล่ะ!”“ได้!” ฉู่สวินหยางตอบ แล้วมองนางเดินกลับตำหนักไป ผ่านไปสักพักมีเงาปรากฏอยู่ตรงสวนดอกไม้ มีคนหัวเราะอย่างร่าเริงเคลื่อนไหวอยู่หลังพุ่มไม้ด้านข้างไม่ไกลนักตั้งแต่ที่ท่านหญิงอันเล่อเกิดเรื่องขึ้น ภายในช่วงนี้หลัวฮองเฮาทรงมีพระบรมราชโองการ ทรงประสงค์ให้ท่านหญิงตระกูลหลัวทั้งสองเข้าวังมาอยู่เป็นเพื่อน”เหยียนหลิงจวินพูด ไม่รู้ว่าแอบฟังนานเพียงใด ตอนที่เดินออกมานั้นก็ไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด “นางหมายความว่าท่านหญิงทั้งสองคนหนึ่งในนั้นจะถูกเลือกออกมาคนหนึ่งเพื่อมาอยู่ข้างกายและรอดำรงตำแหน่งแทนท่านหญิงอันเล่อที่ว่างอยู่ คงเป็นโอกาสทองที่จะได้เลื่อนตำแหน่