ินตระกูลหลัวสองท่านได้ยินข่าวก็รีบเร่งมา หลังจากที่ได้ยินเรื่องนี้คร่าวๆ ฮูหยินใหญ่ไม่พูดอะไร นางคุกเข่าลงต่อหน้าลูกสาว ขวางกั้นสายตาอำมหิตที่กำลังจ้องมองหลัวซืออวี่ และก้มคำนับต่อฮองเฮาอย่างจริงใจพลางพูดว่า “ฮองเฮาเพคะ ซืออวี่เป็นคนที่พระองค์ทรงเลี้ยงดูตั้งแต่เด็กจนโต นางเป็นคนอย่างไรพระองค์ทรงรู้อยู่แก่ใจมิใช่หรือเพคะ? แม้นางจะอายุน้อย แต่ลูกสาวตระกูลหลัวไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ เรื่องนี้ต้องมีการเข้าใจผิดแน่นอนเพคะ”
ฮูหยินรองก็โผเข้าไปกอดลูกสาวที่น่าสมเพชเวทนาพลางซับน้ำตาให้ เมื่อฟังจบก็เช็ดน้ำตาแล้วหันมาพูดว่า “เจ้าหมายความว่า ลูกของเจ้าใสซื่อบริสุทธิ์ กลับถูกสาวรับใช้ของท่านหญิงสามใส่ร้ายเป็นกับดักให้สองพี่น้องขัดแย้งกันรึ?”
ขณะที่พูดก็หยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเขม่าควันที่ติดอยู่บนหน้าหลัวอวี่ก่วน เศร้าใจพลางถามว่า “เจ้าบาดเจ็บตรงไหนบ้าง? เจ็บมากหรือไม่?”
“ท่านแม่ ลูกไม่เป็นไร!” หลัวอวี่ก่วนตอบ กลั้นน้ำตาไว้แล้วผละฮูหยินรองออกไป จากนั้นคุกเข่าลงตรงหน้าฮองเฮาพูดว่า “เสด็จป้าเมื่อครู่ตรงลานกว้างผู้คนมากมายเบียดเสียดกัน ทว่าระหว่างที่กำลังวุ่นวายอยู่มีคนเดินชนกันเป็นเรื่องธรรมดา ท่านพี่โตมาด้วยกันกับหม่อมฉัน คอยดูแลเอาใจใส่หม่อมฉันเรื่อยมา หากเกิดเรื่องนี้เกิดขึ้นกับนางจริง หม่อมฉันคิดว่า… น่าจะเป็นเพียงอุบัติเหตุเพคะ!”
หลัวซืออวี่ไม่ได้กล่าวถึงเรื่องการพิสูจน์ความจริง มีเพียงแต่ฮูหยิ