นใหญ่ที่กล่าวถึงผู้กระทำผิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า คนอื่นต่างตั้งหน้าตั้งตารอดูเรื่องราวที่สุดท้ายฮองเฮาจะตัดสินเช่นไร
ขณะนั้นเองฮั่วชิงเอ๋อร์ที่อยู่รอบนอกฝูงชนอดทนมานาน สุดท้ายทนไม่ไหวจึงถอนหายใจแล้วเบียดเสียดผู้คนเดินไปข้างหน้าพลางพูดว่า “มิใช่…”
จากนั้นนางยังไม่ทันตะโกนออกมาก็ถูกคนเอามือปิดปากนางไว้
ฮั่วชิงเอ๋อร์ตกใจ ใช้ข้อศอกจะศอกเข้าให้ ฉู่สวินหยางกลับเดาถูกว่าปฏิกิริยาโต้ตอบของนางได้ จึงยกฝ่ามือป้องข้อศอกฮั่วชิงเอ๋อร์ไว้
ฮั่วชิงเอ๋อร์หันมาด้วยความเกรี้ยวโกรธ ปรากฏว่าผู้ที่ขัดขวางนางไว้คือฉู่สวินหยาง นางตกตะลึงงงงวย
ฉู่สวินหยางยิ้มเล็กน้อยและส่ายหัวห้ามนางไว้กระซิบว่า “เจ้าอย่ายุ่งเรื่องนี้ มองดูก็พอ!”
ฮั่วชิงเอ๋อร์ลังเลใจ เวลานั้นฮองเฮารับสั่งอย่างเฉยเมยว่า “ถือเสียว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ บ่าวรับใช้ท่านหญิงใหญ่ก็ช่างไม่รู้ประสีประสา เหตุการณ์เช่นนี้ก็ยังไม่รู้จักระมัดวัง ดีที่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บคืออวี้ก่วน เรื่องของสองพี่น้องไม่เกี่ยวกับเจ้า หากว่าผู้เสียหายเป็นผู้อื่นเล่า พวกเจ้าจะให้ข้าอธิบายอย่างไร?”
“ใช่แล้วเพคะ เป็นความสะเพร่าของซืออวี่เพคะ!” หลัวซืออวี่รีบโขกศีรษะ
หลัวฮองเฮามองนางอย่างไร้ความรู้สึกจากนั้นก็ทอดสายตาไปมองหน้าฮูหยินใหญ่ตรัสว่า “นำตัวนางกลับไปสั่งสอนเสียใหม่ ลงโทษให้คัดลอกตำราหนี่ว์เจี้ยร้อยรอบ ก่อนหน้านี้ก็เก็บตัวคิดไตร่ตรองให้ดีซะ!”
ฮูหยินใหญ่ขมขื่นใจแต่ใบหน้ากลับด