่ไม่สามารถเดาว่ากำลังคิดสิ่งใดอยู่
บางทีซูหลินอาจจะยังไม่รู้ ดูออกชัดเจนว่าฉู่หลิงอวิ้นเป็นปรปักษ์กับฉู่สวินหยาง เหตุผลส่วนใหญ่ก็มาจากตัวเหยียนหลิงจวิน เขาได้ก้าวข้ามเมฆอีกขั้นเช่นนี้ หากฉู่หลิงอวิ้นรู้ข่าวเช่นนั้นแล้วคงเกลียดนางเข้ากระดูกดำ
จิตใจนางว้าวุ่นปั่นป่วน เร่งรีบวางอุบาย
ในห้องอุ่น ฮ่องเต้และเฉินเกิงเหนียนพูดทักทายขึ้นมา “นานทีเจ้าจะเข้าวัง ในเมื่อมาแล้วก็ร่วมดื่มสักจอกเถิด!”
“เป็นพระมหากรุณายิ่ง หม่อมฉันจะขัดพระประสงค์ได้อย่างไร?” เฉินเกิงเหนียนพูด เปลี่ยนจากเมื่อครู่ที่อารมณ์ดุร้ายแล้วคำนับ
ฮ่องเต้จ้องมองเขา จากนั้นก็ส่ายศีรษะอย่างช่วยมิได้ ยกพระหัตถ์บอกหลี่รุ่ยเสียง “นำโต๊ะมาเพิ่ม!”
“มิต้องๆ” เฉินเกิงเหนียนโบกมือไปมา ยิ้มพลางพูดว่า “มิกล้ารบกวนผู้บัญชาการ ชายชราผู้โดดเดี่ยวเยี่ยงข้าใช้พื้นที่ไม่มากหรอก ข้ากับเหยียนเฉิงเสี่ยวจื่อเบียดกันนั่งก็ได้ มิกล้ารบกวน มิกล้ารบกวน ฮ่าๆ!”
เหยียนหลิงจวินได้ยินแล้วก็ยักคิ้วตกใจ
ฮ่องเต้ไม่มีแรงที่จะสนใจเรื่องพวกนี้จึงโบกมืออย่างเหนื่อยล้า
เฉินเกิงเหนียนดีใจดึงแขนเสื้อเหยียนหลิงจวินแล้วออกจากห้องอุ่น ถอยกลับมาตำแหน่งที่นั่งของเขาด้านนอก
เพราะเป็นงานเลี้ยงแคว้นจึงไม่มีใครกล้าแสดงความยินดีกับเหยียนหลิงจวินที่ได้เลื่อนตำแหน่ง มีเพียงสายตานับไม่ถ้วนที่กำลังมองดู กำลังตรวจสอบ ความอิจฉาริษยา หรือแม้กระทั่งชื่นชม…
ในใจเหยียนหลิงจวินไม่ยินดียิ