งก็ถือว่าเป็นผู้อาวุโสในสำนักหมอหลวง เคยโดนเหยียดหยามต่อหน้าธารกำนัลแบบนี้เมื่อไหร่? ใช้แขนเสื้อเช็ดหน้าอย่างรวดเร็ว หน้าแดงจนเหมือนเลือดจะออก อยากร้องไห้ต่อหน้าทุกคนใจจะขาด
เฉินเกิงเหนียนกลับยังไม่ยอมเลิกรา ชี้จมูกด่าเขาอย่างรุนแรงอีก “เจ้ามันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงรนหาที่ตาย! เหยียนหลิงจวินอะไร? ชื่อสามตัวอักษรนี้เจ้าเรียกได้งั้นรึ? แย่ที่สุด เรียกใต้เท้าเหยียนหลิงสักคำก็คงไม่ถือว่าเสียศักดิ์ศรีเจ้าหรอก! งานเลี้ยงราชสำนักในวันนี้ เจ้าไม่ให้ความเคารพต่อผู้บังคับบัญชาอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าฝ่าบาท ฮองเฮา และขุนนางทั้งวังรึ? คังเสวียอี้ จิตใจที่ชั่วร้ายของเจ้านั้น คนอื่นไม่รู้ แต่ข้ามองเห็นอย่างชัดเจน เจ้าก็แค่ไม่พอใจที่เหยียนหลิงอายุยังน้อยก็ได้ตำแหน่งขุนนางแซงหน้าเจ้าไปแล้วใช่หรือไม่? พยายามทุกวิถีทางที่จะใส่ร้ายป้ายสี คิดเพ้อเจ้อว่ากำจัดเขาไปได้แล้วตนเองก็จะได้ตำแหน่งสูงขึ้นรึ? ดีที่เจ้ายังคุยโวโอ้อวดได้อย่างไม่ละอายใจแบบนี้ เจ้ามันหน้าไม่อาย แต่ข้าอายแทนเจ้าแทบแย่!”
ความในใจของหมอคังถูกเปิดโปงจนหมดเปลือก ทันใดนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นสีแดงสลับขาว
“เจ้า…เจ้าพูดจาเหลวไหล!” ถึงแม้ว่าเขาจะคิดแบบนั้นจริง แต่ไม่ว่ายังไงก็จะยอมรับต่อหน้าคนมากมายไม่ได้ แต่หมอเฉินผู้นี้เป็นนักพูดที่ฉลาดและวาจาคมคาย ยังไงก็เถียงไม่ชนะเขา จึงลนลานหันไปคารวะทางห้องอุ่นที่ฮ่องเต้ประทับอยู่ กล่าวทั้งน้ำตาว่า “ฝ่าบาท