อาไว้เขารอดไปได้ก่อนค่อยว่ากัน” ชายชราไม่สะทกสะท้าน แล้วทาสีธงลวงวิญญาณด้วยเลือดมนุษย์ ทำให้สีธงสว่างขึ้นเรื่อย ๆ
ครั้นสะบัดพู่กันครั้งสุดท้าย ชายชราก็ชื่นชมผลงานชิ้นเอกของตนเองอย่างพึงพอใจ ขณะที่เขย่าลูกปัดที่ห้อยอยู่ด้านล่างธงเรียกวิญญาณ เสียงระฆังและแผ่นโลหะเกิดเสียงดังซึ่งเสียดแก้วหูมนุษย์อย่างรุนแรง
‘ตู้ม!’ แปรงถูกโยนลงถังเลือดและเลือดก็กระเซ็นใส่หน้าเขา
เมื่อได้กลิ่นเลือดข้นคลั่ก ท้องของเวินเหวินเต๋อก็ปั่นป่วน คลื่นไส้ไม่หยุด เสียงแหลมและบดขยี้ทำให้ปวดหัวจนแทบจะระเบิด
ดวงตาของเขาหมดสิ้นซึ่งความหวัง
เวลานั้นเขาแค่ต้องการหาที่พักเพื่อจะได้มีโอกาสไปตามตื๊อเวินสือเหนียนและผู้หญิงคนนั้น แต่ผลคือโฮมสเตย์ในหมู่บ้านเต็มหมดแล้ว พอเจอห้องว่างได้อย่างยากลำบากก็ดันถูกคนอื่นจอง
เขาจึงใช้สร้อยทองเส้นใหญ่บนคอกึ่งบังคับกึ่งหลอกล่อไล่ครอบครัวห้าคนที่จองห้องไว้ออกไป แล้วตัวเองเข้ามาอยู่เอง
แต่ให้ตายเถอะ นี่คือโฮมสเตย์แห่งความตาย!
เขาเห็นเจ้าของโฮมสเตย์เจาะข้อมือคนเพื่อเอาเลือดออกมา เขามันเป็นฆาตกรวิปริตชัด ๆ!
เวินเหวินเต๋อตัวสั่น ใครก็ได้มาช่วยที! เขาไม่อยากตาย!
“ใจเย็น ๆ พรุ่งนี้ก็ตานายแล้ว” ชายชราหัวเราะเสียงดังอย่างร้ายกาจ
และก่อนที่เสียงหัวเราะจะหยุดลง ทันใดนั้นแสงเย็นก็ส่องผ่านประตูไม้ทะลุเข้ามา
สีหน้าของชายชราเปลี่ยนไปอย่างมาก มือซ้ายสะบัดธง พัดสายลมชั่วร้ายออกไป
ทันใดวิถีโคจรของก้อนหินถ