สายตาของฉู่ฉีเหยียนนั้นเหมือนมีแสงส่องสว่างท่ามกลางความมืดอย่างที่คาดไว้ หลังจากนั้นเขาก็หยุดแล้วหันมาบอกเสียงเรียบว่า “คงไม่ต้องให้ท่านหญิงสวินหยางเป็นกังวลให้เหนื่อยอีกต่อไปแล้ว สองวันก่อนซื่อจื่อซูพบคังจวิ้นอ๋องระหว่างทางกลับวัง ‘โดยบังเอิญ’ 2-3 วันมานี้เปลี่ยนทั้งหมอและยา ได้ยินมาว่าอาการดีขึ้นมากทีเดียว!”
ซูหว่านนั้นยังไม่รู้ประสา เพียงแค่พี่น้องฉู่หลิงอวิ้นแกล้งแสดงความเห็นอกเห็นใจ อีกทั้งนางเองก็อยากจะประจบประแจงฉู่ฉีเหยียน วันนั้นได้จึงวางยาลงในอาหารของฉู่หลิงซิ่ว
แต่เรื่องนี้จะว่าซูหลินโง่เกินไปก็ไม่ได้ ตั้งแต่ซูอี้ได้เตือนเขาตอนนั้นก็สามารถคาดการณ์ได้ว่า อันที่จริงเขาไม่ได้อยากลงมือจัดการฉู่หลิงซิ่วในช่วงนี้ เพียงแค่รอโอกาสในภายภาคหน้าเท่านั้น
ทว่า เขาโกรธจนปล่อยผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้ ดังนั้นพอได้ยินว่าฉู่หลิงซิ่วล้มป่วย และยังไม่ได้สืบสาวราวเรื่องอย่างจริงจังก็จำต้องเล่นตามน้ำไปก่อน…
อย่างไรเสียสตรีนางนี้ก็ต้องตรอมใจจนป่วยตาย ต่อให้ถึงตอนนั้นฮ่องเต้ต้องการสืบหาความจริงก็ไม่มีทางสืบไปถึงตระกูลซูของเขาแน่
เดิมทีแผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น เพียงแต่ 2 วันก่อนที่ฉู่หลิงซิ่วใกล้ตาย ซูหลินดันเจอฉู่ฉีเฟิงระหว่างทางกลับวังโดยบังเอิญพอดี