“ไม่ใช่ข้าคิด เป็นฉู่สวินหยางต่างหาก” ฮูหยินใหญ่เอ่ย “แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นตอนที่พวกเขาไปเมืองฉู่ครั้งก่อน แต่เห็นได้ชัดเจนว่า ตั้งแต่กลับมาจากเมืองฉู่ เด็กสวินหยางนั่นก็มีท่าทีต่อคนแซ่เหลยต่างไปจากเดิม อย่าคิดว่านายท่านแค่รักนางมากกว่าใครๆ หลายปีก่อนท่านพ่อเคยบอกกับข้าว่า ภายภาคหน้านายท่านจะผลักดันใครรับตำแหน่ง หาได้มองว่าใครเก่งกล้ากว่าใคร สิ่งเดียวที่เขาต้องการคือจะต้องคิดและสามารถปูทางให้กับอนาคตของฉู่สวินหยางได้ แต่ก่อนท่านจ่างซุนกับ
สวินหยางก็แค่ไม่สนิทกัน แต่ว่าบัดนี้เขาเลอะเลือนถึงขั้นยินยอมและยังยั่วยุให้คนนอกเข้ามาทำร้ายนาง จากจุดนี้ เส้นทางการขึ้นเป็นผู้สืบทอดของเขาคงจบสิ้นแล้ว หากนายท่านทอดทิ้งเขา อนาคตเขายังจะมีอะไรเหลืออีก?”
น้อยครั้งที่ฮูหยินใหญ่จะเอ่ยถึงเรื่องพวกนี้ แม้ว่าหรูโม่จะพอเดาในสิ่งที่นางคิดออก แต่พอได้ฟังแล้วก็อดจะหวั่นในใจมิได้
“คุณหนูจะบอกว่า…ท่านผู้เฒ่ามองออกแต่แรกแล้ว ว่าต่อไปข้างหน้านายท่านจะเลือกผู้สืบทอดตามความต้องการของท่านหญิงสวินหยาง?”
ฉู่อี้อันคือรัชทายาท ผู้สืบทอดของเขาหาใช่ตำแหน่งสามัญ นั่นคือผู้นำแคว้นเหนือเหนือประชานับหมื่นแสนในอนาคต
ต่อให้เขารักบุตรสาวมากเพียงใด แต่บ้านเมืองหาใช่ละครฉากหนึ่ง จะตัดสินใจเลือกผู้สืบทอดจากคนที่บุตรสาวพอใจได้อย่างนั้นรึ?