“จดหมายฉบับนั้นของชายารองเหลย…” เมื่อตั้งสติได้ หรูโม่ก็เอ่ยถามว่า “ยังต้องเก็บไว้ไหมเจ้าคะ?”
“ไม่จำเป็นหรอก” ฮูหยินใหญ่ตอบ “ของไร้ค่าเช่นนั้น เด็กสวินหยางนั่นคงไม่เห็นในสายตา เผาทิ้งเสีย หากว่าวันข้างหน้าเกิดหลุดออกไปเดี๋ยวได้เป็นเรื่องอีก นิสัยของฮองเฮาเจ้าก็ใช่ว่าจะไม่รู้”
“เจ้าค่ะ บ่าวเข้าใจแล้ว!” หรูโม่พยักหน้ารับ เดินเข้าไปด้านในห้อง หยิบแผ่นคล้องเคลือบทองออกมาจากช่องลับที่โต๊ะเครื่องแป้งของฮูหยินใหญ่ แผ่นคล้องนั้นตีออกมาได้อย่างประณีต ตัวเกี่ยวสองฝั่งติดสลับกัน พอเลื่อนออกก็จะกลายเป็นสองแผ่น
แผ่นคล้องเช่นนี้ยากจะพบเห็น แต่เหล่าฮูหยินสกุลสูงศักดิ์ในเมืองหลวงจะคุ้นเคยกันดี เพราะเป็นเครื่องรางที่พระอาจารย์ชื่อดังในวิหารหลวงทำขึ้น ด้านในสามารถแกะออกแล้วใส่กระดาษลงไปได้ ใช้เพื่ออธิฐานขอพร เล่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
เครื่องรางชิ้นนี้ฮูหยินใหญ่ไปขอมาให้ฉู่เยว่หนิงตั้งแต่สองเดือนก่อน คิดจะให้เป็นสินเจ้าสาวเพื่อความเป็นสิริมงคล ต่อมาหรงเฟยตั้งครรภ์พอดี เพื่อแสดงความจริงใจ ถึงได้นำออกมาเตรียมจะส่งเป็นของขวัญเข้าวัง
ฉู่สวินหยางเดาเอาไว้ไม่ผิด ชายารองเหลยไม่ได้โง่งมถึงขนาดทำให้ตัวเองต้องโทษคิดร้ายต่อราชวงศ์ นางแค่สั่งให้แม่นมกุ้ยเข้าไปในห้องเสบียง ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครคอยระวังสับเปลี่ยนจดหมายในแผ่นคล้องนั้นเสีย