สาวใช้รุ่นใหญ่เดินออกมา พยายามจะลากชายารองเหลยแม่ลูกออกไป
ฉู่เยว่เหยียนที่อึ้งอยู่นานเพิ่งจะได้สติ รู้ว่าชายารองเหลยยังเอาตัวไม่รอดจึงไม่ฝากความหวังไว้อีก ไม่รู้ว่านางเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ผลักสาวใช้รุ่นใหญ่ที่กำลังดึงนางอยู่จนล้ม สับขาวิ่งตามฉู่สวินหยางไปทันที
“พี่สาม!” สายตาชิงชังโกรธแค้นก่อนหน้านี้เปลี่ยนไปทันที นางกระโจนเข้าไปกอดขาฉู่สวินหยาง แหกปากคร่ำครวญว่า “ข้าผิดไปแล้ว เป็นข้าที่โง่เขลา วันนี้ข้าไม่ควรมาก่อกวนฮูหยินใหญ่! พี่สาม ข้าไม่อยากไปจากจวน เจ้าปล่อยข้าไปเถอะ แล้วข้าจะไปสารภาพผิดกับท่านพ่อ ขอร้องล่ะ อย่าส่งข้าออกจากจวนเลย!”
หากออกไปแล้ว นางคงไม่มีหวัง กลัวว่าการกลับมาครั้งต่อไปก็คงถูกหามแต่งเข้าจวนสกุลเหลยเลย
เพราะว่าลำคอได้รับความบาดเจ็บ เสียงของนางจึงแหบและต่ำ ฟังคล้ายเครื่องอัดลมเก่าๆ ตัวหนึ่ง
และมีเพียงฉู่เยว่เหยียนที่เข้าใจ ว่าทุกคำที่ตนเอ่ยออกไปคล้ายมีน้ำมันร้อนๆ ลวกลำคอ ทรมานอย่างสาหัส
ทางเดินของฉู่สวินหยางถูกนางขวางไว้ มองจากด้านบนเห็นดวงหน้าที่เปื้อนคราบน้ำตาไปหมด
นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ฉู่เยว่เหยียนยอมรับผิด แม้น้ำเสียงท่าทางจะฟังจริงใจไม่เลว แต่จากที่นางเห็น กลับน่าขบขันยิ่งนัก
“น้องห้า สันดรขุดได้ สันดานขุดยาก เจ้าคิดว่าตอนนี้เจ้าวิ่งมายอมรับผิดกับข้า แล้วข้าจะเชื่อเจ้ารึ?” ฉู่สวินหยางยิ้ม ดวงตากระจ่างใสแฝงความเย้ยหยันที่ไม่คิดจะปิดบัง