“ขอเพียงนางรู้ขอบเขตของตัวเอง จะมีอำนาจเบ็ดเสร็จก็ไม่เป็นไร” ฉู่สวินหยางเอ่ยต่อว่า “เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้รึว่านางอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้? ที่ช้ายอมเล่นละครเรื่องเดียวกับนาง หนึ่งเพราะให้นางติดค้างน้ำใจข้า สองคือ… ข้าก็อยากจะหาเหตุผลส่งผู้หญิงไร้สมองอย่างชายารองออกไปให้ไกลๆ ในจวนนี้ไม่มีนางมาวุ่นวาย คงจะสงบขึ้นมาก”
ชิงเถิงเก็บของอยู่ด้านข้าง ได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ หันหน้ามามอง เอ่ยว่า “ท่านหญิงหมายถึง เรื่องนี้… ความจริงแล้วเป็นฮูหยินใหญ่ที่ใส่ร้ายชายารองเหลย?”
ฮูหยินใหญ่นั้นมองดูใจดีไร้พิษสง แต่ถึงคราจะยืมดาบฆ่าคน…
คิดแล้วก็ชวนให้ตื่นตะลึงในใจ
“ทำไมล่ะ? เจ้ารู้สึกว่าชายารองเหลยถูกกระทำ? สงสารรึ?” ฉู่สวินหยางยังมีท่าทีไม่ใยดีแยแส ทั้งยังมีอารมณ์มาเอ่ยกระเซ้าอีก
“เปล่าหรอกเจ้าค่ะ…” ชิงเถิงกล่าว หัวคิ้วมุ่นเบาๆ อารมณ์บนหน้าพันกันยุ่งเหยิง “ชายารองเหลยก็ไม่ใช่คนดีอะไร แต่ว่า…”
“ครั้งนี้นางพลาดท่าเสียที แต่หากนับจริงๆ ก็ไม่ถือว่าถูกกระทำทั้งหมด” ฉู่สวินหยางหัวเราะ ไม่ต้องการฟังนางพูดต่อไปอีก นางหลุบตาจิบชา รอยยิ้มในดวงตาจางจืดไป ถอนหายใจพลางกล่าวว่า “ชายารองเหลยสายตาตื้นเขินอยู่บ้าง แต่นางไม่โง่ขนาดไปงัดข้อกับฮูหยินใหญ่ทั้งที่ตนมีความผิดฐานทำร้ายราชนิกุล ก็จริงตามที่นางพูด ต่อให้นางเกลียดชังฮูหยินใหญ่เพียงใด ก็คงไม่ลงทุนใช้ตัวเองเพื่อกำจัดอีกฝ่ายหรอก”