ชายารองเหลยได้ฟัง สมองก็โง่เขลาทันที พลันรู้สึกว่างเปล่าทำอะไรไม่ถูกอยู่พักใหญ่
ทันทีที่นางลังเล คนก็มองออกแล้วว่านางมีชนักติดหลัง
ชิงหลัวไม่รอให้ฉู่สวินหยางสั่ง ก็ก้าวขึ้นไปขาหนึ่ง ถีบเข้าที่ข้อพับของชายารองเหลย
ชายารองเหลยไม่ทันตั้งตัว สองเข่ากระแทกตึงลงพื้น ร้องเจ็บออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนจะหันมาตะคอกใส่ “นังบ่าวชั้นต่ำ กล้าดียังไง…”
“พวกเจ้าบังอาจ กล้าปฏิบัตต่อชายารอง…” แม่นมกุ้ยร้องเสียงหลงพุ่งตัวเข้ามาปกป้อง แต่กลับถูกชิงหลัวคว้าหมับที่แขน แล้วถีบลงไปกองกับพื้น ได้ยินเป็นเสียงโอดครวญเหมือนหมูที่ถูกเชือด
ฉู่สวินหยางหมุนสายตาไปรอบๆ ก่อนที่นัยน์ตาจะสว่างวาบ
หัวใจของแม่นมกุ้ยแทบจะหยุดเต้น เสียงกรีดร้องติดอยู่ที่ลำคอ
“ฉู่สวินหยาง เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่?” ชายารองเหลยตะคอกถามอย่างไม่ยอมแพ้
ฉู่สวินหยางกวาดตามองเศษเล็กเศษน้อยที่กระจายอยู่เต็มพื้น ร้องเหอะทีหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ชายารองอธิบายให้ข้าฟังก่อนดีกว่าไหมว่าของพวกนี้ใช้ทำอะไร?”
ชายารองเหลยมองตามไป ได้แต่กลืนน้ำลายแห้งผาก ยังฝืนหยัดหลังตรง เอ่ยว่า “ใครจะไปรู้ว่าเจ้าเอาของพวกนี้มากจากไหน ข้าไม่เคยเห็นเสียด้วยซ้ำ เจ้าจะให้ข้าอธิบายอะไร?”
“ไม่เคยเห็น?” ฉู่สวินหยางไม่ต่อปากกับนาง เพียงเหลือบตาไปมองแม่นมกุ้ยทีหนึ่ง “เจ้านายของเจ้าไม่รู้จัก แล้วแม่นมกุ้ยรู้จักหรือไม่เล่า?”