ง
“ยังเจ้าค่ะ คนถูกช่วยลงมาแล้ว แต่ว่าเรื่องราวลุกลามใหญ่โต ตอนนี้…” ชิงเถิงกล่าว ก่อนจะหันไปมองท้องฟ้าด้านนอกทีหนึ่ง “ชายารองเหลยคงรู้ข่าวแล้ว น่าจะกำลังตามไป!”
“อยู่ดีๆ วิ่งไปแขวนคอตัวเองที่หน้าเรือนผู้อื่น? ไม่ว่าเป็นใครก็คงถูกครหาไปด้วย” ชิงหลัวกล่าว
ฉู่สวินหยางไม่ปริปาก เอาแต่จัดการอาหารเช้าของตนอย่างขะมักเขม้น
ชิงเถิงเริ่มทนไม่ไหว เอ่ยว่า “ท่านหญิง ชายารองเหลยคงคิดจะก่อเรื่องเป็นแน่ เกรงว่าสุดท้ายก็ต้องเป็นท่านออกหน้าจัดการกับนางให้อยู่หมัด!”
ไม่ใช่ว่าฮูหยินใหญ่ไร้ความสามารถ แต่ฐานะของนางยังไม่สูงพอ
“ไม่รีบ!” ฉู่สวินหยางตอบ ยกชามโจ๊กขึ้นมาดื่มอย่างสบายอารมณ์ “ปล่อยให้วุ่นวายไปก่อน พวกนั้นมีคนเบื่อจะหายใจ รีบร้อนอยากแขวนคอตายใจจะขาด แต่ท่านหญิงของพวกเจ้ายังไม่อยากหิวตาย”
ดวงตาของชิงเถิงกลอกไปมา เห็นว่านางคงมีแผนเตรียมไว้อยู่แล้ว ก็หัวเราะร่า “ดีสิเจ้าคะ เช่นนั้นเชิญท่านรับมื้อเช้าต่อ บ่าวจะคอยจับตาดูทางนั้นเอาไว้ให้เอง!”
ชิงเถิงหมุนกายจากไป ฉู่สวินหยางถึงได้เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะแล้วส่งสายตาให้ชิงหลัวทีหนึ่ง
ชิงหลัวผงกศีรษะ หมุนตัวเดินออกไปที่ลานแล้วเรียกสาวใช้มาสองสามคน สั่งให้ไปเรือนฝั่งขวาแล้วขนของขวัญเล็กใหญ่มากองหนึ่ง แล้วรออยู่ที่ลานเรือน
ใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าที่ฉู่สวินหยางจะเรื่อยเฉื่อยจนทานอาหารเรียบร้อย พอบ้วนปากเสร็จ ก็เดินผ่านสาวใช้ที่ยืนคอยอยู่กลางลานแล้วออกนอกประตูไป