ชิงหลัวพาสาวใช้ที่ประคองของขวัญอยู่ในมือตามไปติดๆ
คนทางนี้กำลังเคลื่อนขบวนไปอย่างเอ้อระเหย ตอนที่ลอยชายไปถึงเรือนหย่าถิง มองแต่ไกลๆ ก็เห็นศีรษะคนยุบยับ เอะอะกันให้มั่วไปหมด
“โอ๊ะ! ครึกครื้นกันดีจัง!” ฉู่สวินหยางทำหน้ายิ้มแย้ม พลางส่งเสียงหัวเราะเบาๆ
สถานการณ์ตรงนั้นพลันชะงักกึก กลุ่มบ่าวที่มุงดูอยู่รอบๆ พากันก้มหน้างุดๆ หลีกทางให้
ฉู่สวินหยางเดินเข้าไปหาอย่างโอหัง
ท่ามกลางกลุ่มคน ฮูหยินใหญ่ยืนหน้าเครียดอยู่หน้าเรือนของตน ชายารองเหลยหน้าตาเกรี้ยวกราดตั้งท่าจะเอาเรื่องนางเต็มที่ ส่วนฉู่เยว่เหยียนที่ถูกช่วยไว้ก็ยังไม่ถูกส่งออกไป มีคนยกเก้าอี้มาให้ สาวใช้ประคองนางให้นั่งพิงไว้อย่างไร้เรี่ยวแรง
ฉู่สวินหยางจงใจเหลือบมองลำคอของนางแวบหนึ่ง เห็นว่ามีรอยแดงเป็นเส้นสะดุดตา เหมือนผิวจะถลอก แสดงว่าเด็กคนนี้ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจริงๆ
สายตาของฉู่เยว่เหยียนประทะกับนางพอดี ยังคงไม่ลืมจิกตาใส่นางอย่างเกลียดชังทีหนึ่ง
“ท่านหญิง…” ฮูหยินใหญ่ก้าวขึ้นมาหา กำลังจะเอ่ยปาก ชายารองเหลยกลัวนางลงมือก่อน รีบก้าวขาแทรกเข้ามาขวางด้านหน้า พลางเอ่ยว่า “คนแซ่เหยา วันนี้เจ้าต้องให้คำอธิบายแก่ข้า สิบกว่าปีที่ผ่านมาทุกคนต่างอยู่ร่วมกันอย่างผาสุข แต่วันนี้เจ้ากลับบีบคั้นจะเอาชีวิตลูกสาวข้า หากว่าไม่มีเหตุผลดีๆ ก็อย่าหาว่าข้าไม่ไว้หน้าเจ้า!”
“วาจาของชายารองเหลยช่างน่าขันเสียจริง!” ฮูหยินใหญ่หัวเราะ แต่สีหน้ายังคงสุภาพอ่อน