าคะ พวกบ่าวห้ามแล้ว แต่ท่านหญิงห้าไม่ฟัง ยังฟาดแส้ใส่อีก บอกว่าใครขวางจะฆ่าให้ตาย!” บ่าวเฒ่าผู้หนึ่งคุกเข่าลงทันที ถลกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นผิวที่ถลอกเป็นรอยแส้
สายตาเย็นเยือกของฮูหยินใหญ่กวาดไปทางชายารองเหลยทีหนึ่ง
ชายารองเหลยหน้าแดงก่ำ โบกมือไหวๆ เอ่ยว่า “อย่างไรเรื่องนี้ข้าก็ไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ พวกเจ้า พาเหยียนเอ๋อร์ไปหานายท่าน จะเรื่องใดก็ให้นายท่านตัดสิน!”
แม่นมกุ้ยจะพาคนเข้าไปพยุงฉู่เยว่เหยียน
ฉู่สวินหยางที่ยืนดูอยู่ข้างๆ มานานพลันยื่นแขนออกมากั้น แล้วเดินออกไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง
“ชายารองยังไม่ต้องรีบร้อนไป!” ฉู่สวินหยางกล่าว ขยับไปยืนขวางอยู่เบื้องหน้าของฉู่เยว่เหยียน เอ่ยเสียงเอื่อยเฉื่อยว่า “ได้ยินว่าน้องห้าแขวนคอตัวเอง ข้าเลยนำยาบำรุงมาให้ ชายารองเหลยก็อยู่พอดี หากไม่รอดูด้วยกัน ก็คงสิ้นเปลืองน้ำใจของข้ายิ่งนัก!”
ฉู่สวินหยางพูดยังไม่ทันจบดีก็ยกมือส่งสัญญาณ ไม่เปิดโอกาสให้ใครได้ปฏิเสธ
ชิงหลัวก้าวออกมาด้านหน้า ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็ไล่เปิดกล่องของขวัญน้อยใหญ่เจ็ดแปดชิ้นที่อยู่ในมือของสาวใช้ทุกคนจนครบ จากนั้นก็นำโสม หลินจือ ไข่มุก ผ้าพับและของดีอื่นๆ ที่อยู่ด้านในเทลงบนพื้นทีละกล่องๆ
สิ่งของเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับหรือยาบำรุง ทุกชิ้นล้วนมีมูลค่าเป็นพันชั่ง นับเจ็ดแปดกล่องรวมๆ กัน ก็คงจะถึงหมื่นตำลังอยู่ ทว่าตอนนี้มันกลับกระจายอยู่เต็มพื้น ของบางชิ้นที่บอบบางหน่อยอย่างเช่น