เขา ก่อนจะคว้าสะดึงดอกไม้มาแล้วโยนทิ้งข้างๆ ไป
ฝีมือดาบของนางถดถอยไปจริงๆ นั่นเพราะว่างเว้นไม่ได้ฝึกฝนมาหกปี ตอนนี้ทำอย่างไรก็ไม่ชินมือเสียแล้ว
สองพี่น้องนั่งคุยสัพเพเหระอยู่สักพัก จากนั้นก็มีสาวใช้เข้ามาแจ้งว่าฮูหยินใหญ่มาเยี่ยมเยียน
ฉู่สวินหยางออกจะประหลาดใจเล็กน้อย “เชิญฮูหยินใหญ่เข้ามาเถอะ!”
สาวใช้รับคำแล้วเดินออกไป
ฉู่ฉีเฟิงวางถ้วยน้ำชาแล้วลุกขึ้น
“งั้นข้าไปก่อนแล้วกัน ต้องไปจัดการธุระอีกนิดหน่อย ตอนเย็นค่อยมาหาเจ้าใหม่”
“อืม!” ฉู่สวินหยางไม่รั้งไว้ เดินไปส่งเขาที่ประตู ก็เจอกับหรูโม่ที่พยุงฮูหยินใหญ่เข้ามาจากด้านนอกพอดี
“ท่านชาย!” เจอฉู่ฉีเฟิง ฮูหยินใหญ่ย่อกายคารวะอย่างรู้สึกผิด เอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า “ถ้ารู้แต่แรกว่าท่านชายอยู่ที่นี่ ข้าคงจะมาให้เย็นสักหน่อย”
“ไม่เป็นไร ข้ามาคุยเรื่อยเปื่อยกับฉู่สวินหยาง กำลังจะกลับพอดี” ฉู่ฉีเฟิงตอบ พยักหน้าให้เบาๆ ก่อนจะสาวเท้ายาวจากไป
ฉู่สวินหยางหมุนกาย พาฮูหยินใหญ่เดินเข้าไปในห้อง ก่อนจะสั่งให้สาวใช้ยกชาเข้ามา
ฮูหยินใหญ่เป็นคนอ่อนน้อม หลายปีมานี้ก็เก็บเนื้อเก็บตัวอยู่ในเรือนหย่าถิง น้อยครั้งที่จะออกมา การมาเยือนฉู่สวินหยางถึงหน้าประตูเช่นนี้นับเป็นครั้งแรก
“เหตุใดจู่ๆ ฮูหยินใหญ่จึงมาถึงนี่ได้เล่า?” ฉู่สวินหยางเอ่ยถาม
“อ้อ ข้าควรจะมาตั้งแต่หลายวันก่อนแล้ว แต่คิดว่าไม่ค่อยเหมาะสมจึงไม่ได้เดินมาเสียที” ฮูหยินใหญ่ตอบด้วยสีหน้าซาบซึ้ง “เรื่องของ