งซูจิ่นรั่ง แต่ว่าเขาไม่ใช่บุตรชายคนโต บุตรชายคนโตของสกุลซูชื่อว่าซูไหวตายอยู่กลางสนามรบตั้งแต่สิบสี่ปีก่อน ตัวเขาทิ้งทายาทเอาไว้สองคน ก็คือคุณชายสองซูอี้กับคุณชายสามซูฉี ตอนนั้นซูจิ่นรั่งฝากความหวังทั้งหมดไว้กับบ้านใหญ่ ทั้งยังสั่งสอนเลี้ยงดูเด็กทั้งสองด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้น ข้าจึงลองไปถามท่านพ่อดู ปีนั้นซูจิ่นรั่งเคยยื่นฎีกาขอให้แต่งตั้งซูฉีเป็นซื่อจื่อผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์จริงๆ ได้ยินว่าเด็กคนนั้นเฉลียวฉลาด ความจำเป็นเลิศ ซูจิ่นรั่งจึงกำหนดตัวให้เขาเป็นผู้รับช่วงต่อคนต่อไปของจวนอ๋องฉางซุ่น แต่เพราะเขาไม่ใช่หลานคนโต ฝ่าบาทถึงชะลอเรื่องนี้เอาไว้ก่อน ตรัสว่าสักสองสามปีค่อยว่ากันใหม่ แต่หลังจากนั้นสองปี หรือก็คือปีที่สามของรัชสมัยกวงตี้ เด็กคนนั้นก็บังเอิญป่วยหนักจนเสียชีวิตไป อาจเพราะหมดกำลังใจตายอยาก ซูจิ่นรั่งจึงยอมเขียนฎีกาให้แต่งตั้งลูกชายคนรองซูหังเป็นผู้สืบทอดแทน”
ซูหลินเป็นบุตรชายสายหลักของลูกคนรอง และซูหว่านก็คือน้องสาวแท้ๆ ของเขา เรื่องพวกนี้มิได้เป็นความลับอะไรในราชสำนัก ว่ากันตามหลักแล้ว เมื่อซูไหวตายไป การที่ตำแหน่งผู้สืบทอดจะตกไปอยู่ที่ลูกคนรองก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องตามธรรมเนียม แต่ภายในกลับมีเรื่องลับซุกซ่อนอยู่…
นั่นก็คือ เรื่องที่อ๋องฉางซุ่นคนเก่า ซูจิ่นรั่งผู้นั้นเคยถวายฎีกาขอให้แต่งตั้งหลานชายคนเล็กเป็นผู้สืบทอด
แต่เพราะข่าวไม่ได้ถูกแพร่ออกไปในวงกว้าง ภายหลังถึงค่อย