สวินหยางนั่งเบื่อหน่ายอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ดึงใบไม้สีทองที่แอบเก็บกลับมาจากหน้าประตูจวนสกุลซูออกจากเอว ใช้นิ้วลูบมันครั้งแล้วครั้งเล่า นัยน์ตาทอแสงเคร่งขรึม ไม่เหลือท่าทางร่าเริงยิ้มแย้มอย่างที่เคยเป็น
มองออกว่าใบไม้ใบนี้ถูกตีขึ้นจากช่างฝีมือเยี่ยม ทำออกมาได้อย่างประณีต ตัวแผ่นบางกริบ ซ้ำบางกว่าใบไม้ของจริงถึงสามส่วน เมื่ออยู่กลางแสงแดดเช่นนี้ คล้ายว่าจะมีลำแสงอบอุ่นทะลุผ่านใบไม้ออกมา
ใบไม้สีทองที่เหมือนกันนี้ ชาติก่อนฉู่สวินหยางก็เคยเห็น และรู้ด้วยว่า…
มันเป็นสมบัติของคนเพียงคนเดียว!
ไม่!
ถ้าจะพูดให้ถูกต้อง นี่เป็นสัญลักษณ์ของเขา!
ซูชิงสุ่ย!
คุณชายชิงสุ่ยที่มีชื่อเสียงโด่งดังในชาติก่อน สู้รบปรบมือกับนางมาครึ่งค่อนชีวิตอันแสนสั้น เป็นคู่กัดที่สุดท้ายก็ยังไม่มีโอกาสได้พบหน้า!
ชาตินี้ยังต้องมาเจอกันอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์เช่นไร
ความคิดของฉู่สวินหยางล่องลอยไปไกล ควานหาความทรงจำในสมองที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดอีกครั้ง
ซูชิงสุ่ย เหมือนคนที่ตกลงมาจากฟ้า เพราะจู่ๆ เขาก็โผล่ขึ้นมาเป็นแม่ทัพหนุ่มทรงอำนาจภายในเวลาแค่สามปี เริ่มจากทำศึกกับกองทหารม้าที่นอกด่านเป่ยเจียง[1] ใช้แผนดักซุ่มโจมตีอันยอดเยี่ยม ตัดหัวทหารม้าสามพันนายที่ได้ชื่อว่าอาจหาญที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขับไล่ชาวเป่ยเจียงที่จ้องจะยึดครองดินแดนจงหยวนให้ถอยร่นออกไปนอกด่าน จากนั้นก็เคลื่อนทัพไปทางทะเลฝั่งตะวันออก ฟาดฟันกับโ