จรสลัดจอมอำมหิตร้อยเล่ห์ เวลาเพียงสองปี เขาก็เอาชนะโจรสลัดที่กดขี่ชาวประมงตลอดแนวชายฝั่งเหนือจรดใต้ได้สำเร็จ จนพวกมันต้องหนีไปซ่อนตัวที่เกาะร้าง เขาใช้เวลาสองปีแทรกตัวเข้าไปมีอำนาจเหนือทหารเรือแสนนายที่เดิมควรจะเป็นของสกุลซูแห่งจวนอ๋องฉางซุ่น และขึ้นแท่นเป็นแม่ทัพหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดในราชสำนักซีเยว่ตอนนั้น
ช่วงนั้นเรื่องที่ชาวบ้านพากันซุบซิบมากที่สุดก็คือสตรีผู้พิทักษ์พรมแดนกับแม่ทัพหนุ่มแน่น คุณชายชิงสุ่ยผู้กวาดล้างท้องน้ำนำความผาสุขมาคืนสู่ชาวบ้าน
เขากับฉู่สวินหยางในตอนนั้น คนหนึ่งอยู่ตะวันออก คนหนึ่งอยู่ตอนใต้ ทั้งยังไม่ค่อยได้กลับเมืองหลวง ต่างคนจึงไม่เคยพบหน้ากัน แต่อาจเพราะเป็นความเลื่อมใสที่มีต่ออีกฝ่าย ฉู่สวินหยางเคยสั่งให้คนไปสืบหาข้อมูลทั้งหมดของเขา ศึกษาทุกๆ สนามรบน้อยใหญ่ที่เขาเคยข้ามผ่าน สุดท้ายก็พอจะสรุปได้ว่า…
คนผู้นี้เป็นอัจฉริยะด้านการทหารสมคำร่ำลือ
แน่นอน หลังจากเหตุการณ์พลิกหมุนไปมา คงจะไม่เกินไปหากเรียกเขาว่า ผู้ปราดเปรื่องเรื่องการเล่นเล่ห์เพทุบาย
เพราะหลังจากสร้างความชอบที่เป่ยเจียงและได้กุมอำนาจทหารเรือแล้ว เหมือนว่าความทะเยอทะยานของเขาจะยิ่งโหมกล้า หรือไม่อาจแค่ต้องการจะก้าวหน้าเติบใหญ่ในดินแดนอื่น ต้องการแสดงให้เห็นว่าความสามารถทางการทหารของเขายอดเยี่ยมเพียงใด ไม่นานเขาก็เปลี่ยนเป้าหมายมาที่ค่ายทหารเมืองฉู่ซึ่งนางประจำอยู่ ถวายฎีกาหลายต่อหลายครั้ง อ้างเหตุ