กไป
ฉู่ฉีเหยียนหันมาแลกเปลี่ยนสายตาเป็นนัยกับฉู่หลิงอวิ้น จากนั้นก็ก้าวยาวๆ จากไปพร้อมกับซูหว่าน
ระหว่างทาง คนทั้งสองไร้ซึ่งบทสนทนา
ซูหว่านแอบเหล่ตามองเขาบ่อยครั้ง เห็นว่าเขาใจลอยคล้ายคิดเรื่องสำคัญบางอย่างอยู่ ก็ชั่งใจพักหนึ่งก่อนจะลองเอ่ยปากออกไปว่า “ซื่อจื่อหนักใจเรื่องของท่านหญิงอันเล่อหรือ?”
“หือ?” ฉู่ฉีเหยียนได้สติ รอยยิ้มมุมปากปิดบังความเศร้าสร้อยไว้ไม่มิด “ที่ผ่านมานางไม่เคยได้รับความลำบาก ครั้งนี้หลิงซิ่วก็ทำเกินไปหน่อย วันๆ ได้แต่มองดูใบหน้าฝืนยิ้มของนาง ข้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึง…”
เขาพลันรู้สึกตัวว่าพูดมากไป จึงหัวเราะกลบเกลื่อน กล่าวว่า “ไม่มีอะไร! แต่ซื่อจื่อซูทางนั้นเกรงว่าข้าคงไม่มีโอกาสได้ชดใช้ความผิดให้ หากท่านหญิงซูยินยอมก็ช่วยพูดกับเขาหน่อย เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นหาใช่ว่าจวนอ๋องหนานเหอตั้งใจให้เป็น”
“อืม พี่ชายข้าเขากำลังโกรธ ไว้ข้าจะช่วยพูดให้” ซูหว่านเอ่ย เห็นความระทมที่ติดค้างอยู่กลางหว่างคิ้วของเขา ก็แอบกัดริมฝีปาก พูดไปว่า “เมื่อครู่ข้าก็พูดกับท่านหญิงอันเล่อไปแล้ว รอสักสองสามวันให้นางอารมณ์ดีขึ้น ข้าจะมาหานางใหม่!”
ฉู่ฉีเหยียนยิ้มอ่อนๆ เอ่ยบ่ายเบี่ยงอย่างเกรงใจ “ด้วยความสัมพันธ์ในตอนนี้ของพวกเราสองสกุล เกรงว่าคงยากจะไปมาหาสู่กันอีก ข้าขอบคุณน้ำใจของเจ้าแทนพี่หญิงด้วย”
นัยน์ตาของซูหว่านหม่นแสง ก่อนจะหลุดสีหน้าผิดหวังออกมาให้เห็น
ฉู่ฉีเหยียนเบือนสา