ปักปิ่นก็ยังไม่สาย เรื่องส่วนอื่นก็รีบจัดการแต่เนิ่นๆ”
ฉู่ฉีฮุยโอดครวญในใจ แต่ก็ยังรับปากด้วยใบหน้ายินดี “ขอรับ ลูกทราบแล้วว่าควรทำอย่างไร!”
ฉู่เยว่เหยียนเพิ่งจะเข้าใจอะไรๆ นางมองฉู่อี้อัน เอ่ยอย่างไม่อาจทำใจเชื่อได้ “ท่านพ่อ ท่านหมายถึงว่า ให้ข้าแต่งงานกับเหลยซวี่หรือ?”
เหลยซวี่ผู้นั้นเป็นเศษสวะที่บู๊ไม่ได้ความ บุ๋นไม่เอาไหน นอกจากเที่ยวเล่นดื่มกินแล้วยังทำอะไรเป็นอีก? หากเขาไม่ได้เป็นลูกผู้พี่ของนาง นางไม่อยากจะมองหน้าด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ฉู่อี้อันกลับบอกให้นางแต่งกับเหลยซวี่?
นี่มันน่าตลกสิ้นดี!
ฉู่อี้อันย่อมไม่อธิบายมากความกับนางอีก
ฉู่ฉีฮุยกลัวอย่างเดียวว่านางจะก่อเรื่องจนฉู่อี้อันโมโห รีบเอ่ยว่า “สิ่งที่ท่านพ่อเลือกย่อมจะดีกับตัวเจ้า ยังไม่รีบขอบคุณอีก!”
“ข้าไม่ยอม!” ฉู่เยว่เหยียนประกาศกร้าว
การตัดสินใจของฉู่อี้อันย่อมถือว่าเป็นที่สิ้นสุด จากนั้นก็ลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก
ฉู่เยว่เหยียนจะกระโจนตามไป แต่ถูกฉู่ฉีฮุยลากเอาไว้ นางสู้แรงไม่ไหว ได้แต่เบิกตามองตามหลังฉู่อี้อัน
พ่อบ้านเฉิงรออยู่ที่หน้าประตู
ตอนที่ฉู่อี้อันเดินผ่านเขาก็เอ่ยปากสั่งความไปด้วยว่า “อีกเดี๋ยวเจ้านำคำของข้าไปบอกที่ห้องพระ ให้คนแซ่เหลยออกหน้าจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง อบรมสั่งสอนท่านหญิงห้าให้ดี เสร็จแล้วก็สั่งให้คนไปเก็บกวาดจวนแถวหมู่บ้านซานเหอนอกเมือง พอพ้นปีใหม่ก็ส่งท่านหญิงห้าไปอยู่ที่นั่น ให้นางเตรียมตัวออกเรือ