๊ะหยัดตัวยืนขึ้น “เตรียมเกี้ยวเถอะ ข้าจะไปดูสักหน่อย!”
คนแซ่เจิ้งได้ฟัง พลันถอนหายใจอย่างโล่งอก
นางกำนัลตระเตรียมเกี้ยวพร้อมพรัก สองคนพากันมุ่งหน้าที่ไปห้องทรงอักษร
เวลานี้ คนของสกุลจาง ฉู่อี้หมินและฉู่ฉีเหยียนต่างถูกฮ่องเต้เรียกเข้าไปพบด้านในห้อง มีเพียงฉู่หลิงอวิ้นที่เห็นชัดว่าผ่ายผอมลงไปมาก กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นกลางหิมะด้วยหลังที่หยัดตรง บนตัวของนางมีเพียงชุดทางการซึ่งบ่งถึงบรรดาศักดิ์ของตน เสื้อคลุมใดๆ ล้วนไม่มีสักชิ้น
ลานโอ่อ่ากว้างขวางหน้าตำหนัก มีเพียงร่างของนางที่คุกเข่าอยู่อย่างไม่ขยับเขยื้อน มองจากที่ไกลๆ คล้ายว่าใกล้จะถูกหิมะห่าใหญ่ฝังกลบจนมิด
คนแซ่เจิ้งปีนลงมาจากเกี้ยว ขอบตาร้อนชื้นอย่างอดไม่อยู่ ทว่าคราวนี้นางระวังตัวต่อหน้าหลัวฮองเฮามากเป็นพิเศษ มิกล้าบุ่มบ่ามแม้แต่ครึ่งก้าว ร้อนใจเพียงใดก็ไม่ได้กระโจนตัวเข้าไปหา แต่กลับหันหลังเดินไปประคองหลัวฮองเฮาลงจากเกี้ยวด้วยตัวเอง
หลัวฮองเฮามองฉู่หลิงอวิ้นที่คุกเข่าอยู่ตรงนั้น หัวใจที่อัดแน่นไปด้วยโทสะ ก็เหือดแห้งไปสามส่วนอย่างรวดเร็ว นางถอนหายใจทีหนึ่งแล้วเดินเข้าไปหา
“เสด็จย่า!” ฉู่หลิงอวิ้นคุกเข่าได้พักหนึ่งแล้ว ดวงหน้าที่เคยงดงามสะดุดตาอยู่เสมอ บัดนี้เหลือเพียงสีซีดขาวด้วยความหนาวเหน็บ ทันทีที่เปิดปากพูดเกร็ดหิมะละเอียดที่เกาะอยู่บนขนตาพลันร่วงกราวลงมาด้วย
หลัวฮองเฮาใจอ่อนยวบทันที กำลังจะเอ่ยปากกล่อมนาง ประตูห้องหนังสือที่ป