ิดแน่นอยู่เบื้องหน้าพลันเปิดออกมาอย่างกะทันหัน หลี่รุ่ยเสียงที่ถือแส้ปัดอยู่ในมือเดินออกมาจากด้านใน
“หม่อมฉันถวายพระพรฮองเฮา พระชายาอ๋องหนานเหอ!” หลี่รุ่ยเสียงย่อกายคารวะ หาได้มีท่าทีสอพลออย่างข้ารับใช้ทั่วๆ ไป มองแล้วช่างดูสุภาพและเหมาะสมอย่างยิ่ง
“อืม!” หลัวฮองเฮาพยักหน้ารับเล็กน้อย เงยหน้ามองไปทางประตูห้องหนังสือด้านหลังเขา “ฝ่าบาทยุ่งอยู่หรือ? ข้าเข้าเฝ้าตอนนี้สะดวกหรือไม่?”
จุดประสงค์ที่นางมาที่นี่ ทุกคนคงรู้แก่ใจดีโดยไม่ต้องป่าวประกาศ
หลี่รุ่ยเสียงเพียงตอบว่า “ขอฮองเฮาโปรดรอสักครู่ หม่อมฉันจะเข้าไปกราบทูลก่อน!”
“อืม!” ฮองเฮาหลัวผงกศีรษะ
หลี่รุ่ยเสียงกดหน้าลงต่ำ แล้วหันไปเอ่ยกับฉู่หลิงอวิ้นว่า “ท่านหญิงอันเล่อ ฝ่าบาทมีรับสั่งให้เข้าเฝ้า!”
หัวใจคนแซ่เจิ้งบีบแน่น มองฉู่หลิงอวิ้นอย่างกระวนกระวาย อ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่กล้าพูดจาเรื่อยเปื่อย รู้แต่ว่าหากฉู่หลิงอวิ้นเข้าไปแล้ว มีแต่จะยั่วโทสะของฮ่องเต้ นางจึงร้อนใจยิ่งนัก
ฉู่หลิงอวิ้นเงยหน้ามองหลี่รุ่ยเสียงด้วยสีหน้าสงบนิ่ง แต่กลับคุกเข่าอย่างผ่าเผยต่อไปไม่ยอมลุกขึ้น แล้วเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจริงใจว่า “ห้องทรงอักษรเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สตรีอย่างอันเล่อไม่บังอาจกล้ำกราย ลำบากท่านหัวหน้าขันทีกราบทูลฝ่าบาทแทนข้าสักคำ จวนติ้งเป่ยโหวเป็นขุนนางผู้ภักดี อันเล่อเลื่อมใสมานาน ข้ายินดีแต่งให้คุณชายรองสกุลจาง ขอฝ่าบาทส่งเสริม!”
ผู้อยู่ในเห