ตุการณ์ล้วนแต่ตะลึงค้าง แม้แต่หลี่รุ่ยเสียงยังชะงักไปครู่หนึ่ง
แต่เขาคืนสติได้ก่อนทุกๆ คนตรงนั้น เพียงพริบตาเดียวก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าเป็นปกติ “ท่านหญิงคอยสักครู่ วาจาของท่าน หม่อมฉันจะทูลฝ่าบาทให้ทราบตามจริง!”
จบคำก็คารวะหลัวฮองเฮาและคนอื่นๆ อีกครั้งแล้วหมุนกายกลับเข้าไปในตำหนัก เสี้ยววินาทีที่พลิกตัว สายตาแหลมคมของเขาตวัดมองฉู่หลิงอวิ้นอย่างลึกซึ้งทีหนึ่ง ทว่ามันรวดเร็วจนไม่มีใครทันสังเกตเห็น
คนแซ่เจิ้งปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาอย่างเกินจะกลั้น จิกเล็บลงกลางมือ บังคับไม่ให้ตัวเองปล่อยโฮ
หลัวฮองเฮายืนอึ้งอยู่นานกว่าจะได้สติ ดวงหน้าที่ถูกผนึกด้วยน้ำแข็งเหมือนจะถูกสายน้ำแห่งวสันต์ละลายจนสิ้น นางยกมือขวาที่สวมปลอกนิ้วสีทองขึ้น แล้วแตะที่ไหล่ของฉู่หลิงอวิ้นเบาๆ
ฉู่หลิงอวิ้นเงยหน้ามอง ส่งยิ้มซีดเซียวอ่อนแรงให้กับนาง
หลัวฮองเฮาส่งยิ้มกลับให้ด้วยสีหน้าที่ภาคภูมิใจ
เมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าตัว งานมงคลของจวนอ๋องหนานเหอกับจวนติ้งเป่ยโหวจึงจบลงอย่างราบรื่นจนน่าอัศจรรย์ใจ
แน่นอนว่า ไม่นับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังไปทั่วทุกตรอกซอกมุมถนน
เวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่วัน ด้านนอกก็มีเรื่องเล่าเป็นจริงเป็นจังฉบับใหม่ พูดกันว่า…
ท่านหญิงรองจวนอ๋องหนานเหอมักใหญ่ใฝ่ได้ หลอกลวงพี่สาวของตน สวมรอยเป็นชายาซื่อจื่อจวนอ๋องฉางซุ่น
ซื่อจื่อแห่งอ๋องฉางซุ่นหัวใจสลาย ต้องตัดใจจากท่านหญิงอันเล่อที่เฝ้ารักมานานปี สายรักกลา