กุลเหลยมาช่วยไว้ได้ทันเวลา กลายเป็นเรื่องเล่าแสนหวานของชายกล้าผู้พิทักษ์สาวงามไปเสียอย่างนั้น
เรื่องราวถูกตีไข่ใส่สี แม้กระทั่งเกิดขึ้นเกิดขึ้นที่เรือนใดห้องไหนก็ยังเล่าออกมาได้ราวกับตาเห็น
ข่าวซุบซิบพวกนี้ ย่อมมาถึงหูของฉู่สวินหยางอย่างรวดเร็ว
ฉู่สวินหยางเพียงหัวเราะเหอะๆ อย่างไม่ใส่ใจ แล้วเอ่ยด้วยเสียงทอดถอนใจว่า “สองพี่น้องนั่นเป็นคู่ปรับฝีมือดีที่หาได้ยาก ต่อไปจะประมือกันคงต้องระวังมากเป็นพิเศษ!”
ฉู่หลิงอวิ้นกล้าหาญเด็ดขาดถึงเพียงนั้นหรือ? ถึงได้เสนอตัวแต่งให้กับจางอวิ๋นเจี่ยน? ฉู่สวินหยางไม่เชื่อว่านางจะทำผิดครั้งแล้วครั้งเล่า ที่นางทำเช่นนี้ แน่นอนว่าต้องคำนวณเส้นทางที่จะเดินต่อไว้หมดแล้ว เพียงแต่ไม่รู้เลยจริงๆ ว่านางคิดจะทำอะไรต่ออีก
แน่นอนว่าความดีความชอบในการเกลี้ยกล่อมอ๋องหนานเหอกับชายาให้ยอมรับเรื่องนี้ คงต้องยกให้ฉู่ฉีเหยียนเต็มๆ
ฉู่สวินหยางเบื่อหน่ายเต็มทน มือหนึ่งถือเตาร้อน อีกมือหนึ่งก็เท้าตั่งยันขมับเอาไว้ คาดเดาความคิดของฉู่หลิงอวิ้นและอุบายที่นางจะใช้ต่อจากนี้ ทันใดก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก เป็นฉู่เยว่เหยียนที่นำขบวนสาวใช้รุ่นเล็กรุ่นใหญ่มาโวยวายอยู่ที่หน้าประตูเรือน
เรือนจิ่นฮว่าแห่งนี้ หาใช่ที่ที่นางนึกจะเข้าออกตามอำเภอใจ เมื่อนางเข้ามาไม่ได้ก็เอาแต่แหกปากร้องลั่นอยู่ที่ด้านนอก
“ฉู่สวินหยาง เจ้าออกมาเดี๋ยวนี้นะ เจ้ามันคนชั้นต่ำใจทรามหน้าไม่อาย ออกมาคุยกั